ฤดูร้อน ปี 2022 แมทธิว เบียงคี (Mathew Bianchi) ตำรวจจราจรประจำเกาะสแตเทน สังกัดกรมตำรวจนิวยอร์ก (NYPD) เขียนใบสั่งให้กับพลเมืองคนหนึ่งที่ขับรถเร็วเกินกำหนด โชคไม่ดี เขาคนนั้นเป็นเพื่อนกับผู้บังคับบัญชาตำรวจนิวยอร์ก เจฟฟรีย์ แมดเดรย์ (Jeffrey Maddrey)
ยิ่งไปกว่านั้น เขาคนนี้ไม่มีใบขับขี่ แต่มีไอเทมพิเศษอยู่ชิ้นหนึ่ง – เขาหยิบบัตรเคลือบพลาสติก ที่เรียกกันว่า ‘บัตรสมนาคุณ’ (courtesy card) หรือ ‘บัตรรอดคุก’ (get-of-jail-free card) ขึ้นมาโชว์เบียงคี
เบียงคีตัดสินใจเขียนใบสั่งให้อยู่ดี ไม่สนใจบัตรดังกล่าว และ 3 วันต่อมาเบียงคีก็ถูกสั่งย้าย
นี่คือบัตรที่มีอยู่จริง แม้ไม่ได้เป็นทางการ แต่ออกโดยสมาคมการกุศลตำรวจ (Police Benevolent Association) สหภาพภายใต้กรมตำรวจของนครนิวยอร์ก ไว้สำหรับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจแจกจ่ายกับญาติพี่น้อง เพื่อนๆ หรือใครก็ตามที่สมประโยชน์กัน
จุดประสงค์ของบัตรนี้คือใช้โชว์เวลาโดนตำรวจโบก สำหรับคดีเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่น ขับรถเร็วเกินกำหนด หรือไม่สวมเข็มขัด ซึ่งเป็นอันรู้กันว่าถ้ามีบัตรนี้ ตำรวจก็จะต้องปล่อยไปโดยไม่โดนอะไรเลย อย่างมากก็แค่ตักเตือน ทำให้เบียงคีมองว่าเป็นการทำลายหลักการเป็นกลางของตำรวจ
กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นหลายครั้งมาก และมีมานานแล้ว “ผมเห็นบัตรแล้วบัตรเล่า คุณไม่ได้รับอนุญาตให้เขียนใบสั่งในกรณีใดๆ เหล่านี้ได้เลย” เบียงคีเล่ากับสำนักข่าว AP หลายครั้งเขาต้องโดนต่อว่าเพียงเพราะเขียนใบสั่ง บางครั้งผู้บังคับบัญชาก็จะขอดูกล้องติดตัวว่าเขาสร้าง ‘ความลำบาก’ ให้คนที่มีบัตรหรือเปล่า
ท้ายที่สุด เบียงคีจึงตัดสินใจยื่นฟ้องร้องนครนิวยอร์กพร้อมกับผู้บังคับบัญชาตำรวจคนหนึ่ง เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังจากที่การตัดสินใจเขียนใบสั่งของเขานำไปสู่การถูกสั่งย้าย โดยอ้างว่า นโยบายบัตรดังกล่าวที่ทำกันอย่างเป็นระบบนั้น ทำให้คนถือบัตรสามารถ “ทำผิดกฎหมายโดยไม่ต้องรับโทษ” ได้ และถือเป็นการ ‘ทุจริต’ อย่างหนึ่ง
ทางด้านกรมตำรวจนิวยอร์ก แถลงว่า “จะตรวจสอบดูการฟ้องร้องอีกครั้ง” และแม้ไม่ได้พูดถึงบัตรเจ้าปัญหา แต่ก็ระบุว่า หน่วยงาน “ไม่ได้กำหนดนโยบายที่จะบังคับว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างไร”
“ผมสูญเสียคนในชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุรถยนต์ตั้งแต่เด็กๆ” เบียงคีเปิดใจ “พอโตขึ้น ผมเห็นคนที่ขับรถแย่ๆ แล้วก็จะคิดว่า หวังว่าจะทำอะไรบางอย่างกับมันได้” และกล่าวต่อมาว่า “การงานผมต้องพังเพื่อมาเปิดโปงประเด็นนี้ซึ่งผมรู้สึกว่าควบคุมไม่อยู่แล้ว” แต่เขาก็มองว่าคุ้มค่าเพราะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
อ้างอิงจาก