“ที่แห่งนี้เป็นเหมือนสถานที่แห่งวัฒนธรรม จิตวิญญาณ และเป็นที่พักผ่อนสุดท้าย”
ภูเขาแห่งหนึ่งในนิวซีแลนด์เพิ่งได้รับการรับรองให้เป็นบุคคลตามกฎหมายเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่าน ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจนอกเหนือไปจากการที่ภูเขาลูกนี้จะมีสิทธิมีเสียงในฐานะ ‘มนุษย์’ แล้ว มันยังมีอะไรที่อยู่เบื้องหลังการรับรองนี้มากกว่านั้น ซึ่งวันนี้เราจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกัน!
ภูเขานี้ ชื่อว่า ‘ทารานากิ’ หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทารานากิ มัวกา ซึ่งเป็นชื่อในภาษาเมารี ที่มีภูเขาไฟที่มีหิมะปกคลุม และสูงเป็นอันดับสองบนเกาะเหนือของนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นที่นิยมของเหล่านักท่องเที่ยว ทั้งเดินป่า ปีนเขาและเล่นกีฬา และล่าสุดเป็นภูเขาที่ได้รับการกำหนดให้เป็นบุคคล โดยศาลตัดสินว่าแม่น้ำและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ถือเป็นมนุษย์
การรับรองภูเขาลูกนี้ เป็นเหมือนการคืนภูเขาให้กับชาวเมารีในภูมิภาคทารานิกิ เนื่องจาก
ที่ก่อนหน้านี้นิวซีแลนด์ถูกยึดครองโดยการล่าอาณานิคม ซึ่งกฎหมายนี้ถือเป็นการปฏิบัติตามข้อตกลงของรัฐบาลในการเยียวยาชาวพื้นเมืองสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับดินแดนดังกล่าวตั้งแต่นั้นมา
คำถามต่อมาคือ แล้วภูเขาจะกลายเป็นคนได้อย่างไร?
กฎหมายฉบับนี้ให้สิทธิ อำนาจ หน้าที่ความรับผิดชอบ และภาระผูกพันทั้งหมด แก่ ทารานากิ มัวกา โดยมีสถานะเป็นนิติบุคคล และจะมีการแต่งตั้งหน่วยงานที่จะทำหน้าที่เป็น ‘หน้าและเสียง’ ของภูเขา ซึ่งเป็นสมาชิก 4 คน จากชนเผ่าเมารีอิวี หรือชนเผ่าท้องถิ่น และจะได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอนุรักษ์ของนิวซีแลนด์
ขณะที่สิทธิตามกฎหมายนี้มีเพื่อรักษาความเป็นอยู่ที่ดีของภูเขา เพื่อการฟื้นฟูแบบดั้งเดิม และอนุญาตให้มีการอนุรักษ์เพื่อปกป้องสัตว์ป่าพื้นเมืองให้อุดมสมบูรณ์ ขณะที่การเข้าถึงโดยสาธารณชนทั่วไปจะยังคงอยู่
ทำไมต้องภูเขาลูกนี้?
“ภูเขานี้เป็นบรรพบุรุษที่ได้รับการยกย่องมาช้านาน เป็นแหล่งอาหาร วัฒนธรรม จิตวิญญาณ และเป็นที่พักผ่อนสุดท้าย” พอล โกลด์สมิธ สมาชิกรัฐสภาที่รับผิดชอบการตั้งถิ่นฐานระหว่างรัฐบาลและชนเผ่าเมารี กล่าวในรัฐสภาเมื่อวันพฤหัสบดี (30 มกราคม) ที่ผ่านมา
ย้อนกลับไปในปี 1840 ชนเผ่าเมารีและตัวแทนของราชวงศ์อังกฤษได้ลงนามในสนธิสัญญาไวทังกิ (เอกสารก่อตั้งนิวซีแลนด์) โดยในเวลานั้นราชวงศ์ให้สัญญาว่า ชาวเมารีจะสามารถรักษาสิทธิ์ในที่ดิน และทรัพยากรของพวกเขาไว้ได้ ทว่าสนธิสัญญาฉบับเมารี และฉบับภาษาอังกฤษกลับแตกต่างกัน
จนกระทั่งในปี 1865 ราชวงศ์อังกฤษก็ได้ทำการละเมิดสัญญาทั้งสองฉบับนั้น ทำให้ที่ดินจำนวนมากของทารานากิ รวมถึงภูเขาถูกยึดไปเพื่อลงโทษชาวเมารีที่ก่อกบฏต่อราชวงศ์
“ประเพณีดั้งเดิมของชาวเมารีที่เกี่ยวข้องกับภูเขาถูกสั่งห้าม แต่กลับส่งเสริมการท่องเที่ยว” โกลด์สมิธกล่าว โดยในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 ได้มีการเคลื่อนไหวประท้วงของชาวเมารี ทำให้หลังจากนั้นมีการยอมรับเรื่องภาษา วัฒนธรรม และสิทธิ รวมถึงการเยียวยาของชาวเมารีในกฎหมายของนิวซีแลนด์เพิ่มขึ้น
อ้างอิงจาก