เกิดเหตุลอบสังหาร ‘ชาร์ลี เคิร์ก’ นักเคลื่อนไหวฝ่ายอนุรักษ์นิยม และหนึ่งในผู้สนับสนุนประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคนหนึ่ง
เคิร์กถูกยิงขณะกำลังกล่าวจัดกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยยูท่าห์วัลเลย์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างที่เขากำลังถกเถียงกับผู้เข้าร่วมกิจกรรมคนหนึ่ง ในประเด็นเรื่องปัญหาการกราดยิงในสหรัฐฯ
การก่อเหตุครั้งนี้ เกิดขึ้นตอนกลางวันและกลางแจ้ง โดยเคิร์กในวัย 31 ปี ถูกเชิญให้มาเป็นวิทยากรในกิจกรรม The American Comeback Tour ของกลุ่ม Turning Point USA โดยระหว่างที่กำลังกล่าวอยู่ต่อหน้าผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 คน เขาถูกยิงเข้าที่คอ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
ที่ผ่านมา เคิร์กเป็นอีกหนึ่งผู้สนับสนุนที่ทรงอิทธิพลของทรัมป์ โดยเคิร์กเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มอนุรักษ์นิยม Turning Point USA ตั้งแต่เขาอายุ 18 ปี โดยกลุ่มนี้จะช่วยส่งเสริมและสนับสนุนทรัมป์ โดยเฉพาะผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังอยู่มัธยมปลาย และมหาวิทยาลัย
ขณะนี้ FBI กำลังตามล่าตัวผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์นี้ และคดียังอยู่ระหว่างการสอบสวน แม้ก่อนหน้านี้จะมีการควบคุมตัว 2 รายจากเหตุการณ์นั้น แต่ได้รับการปล่อยตัวในภายหลัง เนื่องจากไม่พบความเชื่อมโยงใดๆ กับเหตุการณ์นี้
หลังจากเกิดเหตุมหาวิทยาลัยแห่งนี้ได้ปิดทำการ และยกเลิกการเรียนการสอนจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม วาล ปีเตอร์สัน รองอธิการบดีกล่าวแสดงความเสียใจและบอกว่า กลุ่มนักศึกษา Turning Point USA ของมหาวิทยาลัยได้เชิญเคิร์กมาบรรยายในมหาวิทยาลัย ซึ่งจะเป็นสถานที่สำหรับแบ่งปันความคิดเห็น และอภิปรายอย่างเปิดเผย และเคารพซึ่งกันและกัน
ในเวลาต่อมา ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียว่า ‘ชาร์ลี เคิร์ก ผู้ยิ่งใหญ่และผู้ที่เป็นตำนานได้.เสียชีวิตแล้ว ผมและเมลาเนียขอแสดงความเสียใจกับภรรยาและครอบครัว, ชาร์ลี พวกเรารักคุณ’ โดยทรัมป์กล่าวด้วยว่า การเสียชีวิตของเคิร์กคือช่วงเวลาอันมืดมนสำหรับอเมริกา
อย่างไรก็ตาม โลกออนไลน์สหรัฐฯ กำลังเกิดการถกเถียงกันไปมา โดยมีทั้งฝั่งที่ให้กำลังใจภรรยาและลูกๆ ของเคิร์ก ในขณะที่ก็มีการหยิบยกบทสัมภาษณ์ของเคิร์กในปี 2023 ที่เขาสนับสนุนสิทธิในการถือครองอาวุธปืนขึ้นมาพูดอีกครั้ง และโดนสวนกลับด้วยฝ่ายอนุรักษ์นิยมบางคนที่ประณามความคิดเห็นนี้และมองว่าการฆาตกรรมครั้งนี้เป็นความผิด ไม่เกี่ยวการครอบครองอาวุธปืน
อ้างอิงจาก