จุดจบของแก๊งคอลเซนเตอร์เป็นอย่างไร?
ศาลในประเทศจีนได้ตัดสินโทษ ‘ประหารชีวิต’ ผู้ต้องหาทั้ง 11 คน ในข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรม ซึ่งประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการพนันผิดกฎหมาย ฉ้อโกง และฆาตกรรม ในเมืองโกก้าง ประเทศเมียนมา โดยธุรกิจนี้มีมูลค่ารวมกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อวันจันทร์ (29 กันยายน) ที่ผ่านมา ศาลประชาชนกลางเหวินโจว ได้ตัดสินโทษประหารชีวิตผู้ต้องหา 11 คน ในขณะที่มีอีก 5 คนที่ถูกตัดสินโทษประหารแต่รอลงอาญา 2 ปี ส่วนจำเลยอีก 11 คน ถูกจำคุกตลอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีจำเลยอีก 12 คนที่ถูกจำคุกเป็นเวลา 5-24 ปี พร้อมกับโทษปรับ ยึดทรัพย์ และเนรเทศ
ก่อนหน้านี้จีนได้ออกหมายจับผู้ต้องหาแก๊งหมิง 4 คน ในเดือนพฤศจิกายน 2566 ในข้อหาฉ้อโกง ฆาตกรรม และกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการปราบปรามขบวนการฉ้อโกงผิดกฎหมายบริเวณชายแดนเมียนมา
ศาลระบุในแถลงการณ์ว่า อาชญากรกลุ่มนี้ได้อาศัยกำลังทหาร เพื่อจัดตั้งสถานที่ก่ออาชญากรรมหลายแห่งในเมืองโกก้าง นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์ในเดือนตุลาคม 2566 ที่ผู้ต้องหาเปิดฉากยิงใส่ผู้คนเพราะไม่ต้องการให้ส่งตัวกลับประเทศจีน
โดยการดำเนินงานของกลุ่มนี้จะพยายามดึงดูด ‘นายทุนผิดกฎหมาย’ จำนวนมาก ซึ่งนายทุนเหล่านี้จะได้รับการคุ้มครองด้วยอาวุธด้วย
ศูนย์คอลเซนเตอร์แห่งนี้ใช้กลโกงหลอกล่อผู้คนทั่วโลก โดยบังคับแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์มาให้ไปหลอกลวงผู้คนลงทุนโดยใช้วิธีต่างๆ เช่น การหลอกให้รัก ซึ่งธุรกิจดังกล่าวกลายเป็นอุตสาหกรรมระดับโลกที่สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติประเมินว่ามีมูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
ในเดือนเมษายน สหประชาชาติเตือนว่าแก๊งอาชญากรชาวจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังกอบโกยเงินหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีผ่านศูนย์คอลเซนเตอร์ ในขณะที่จีนก็กำลังปราบปรามศูนย์คอลเซนเตอร์ในภูมิภาคนี้ผ่านการปฏิบัติการร่วมกับตำรวจท้องถิ่น
ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ทางการของจีน เมียนมา และไทย ได้กดดันศูนย์คอลเซนเตอร์ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ส่งผลให้มีการปล่อยตัวแรงงานมากกว่า 7,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพลเมืองจีน
อ้างอิงจาก