วันหนึ่งในปี 1816 ผลกระทบจากการระเบิดของภูเขาไฟ Mount Tambora ส่งผลกระทบต่อภูมิอากาศทั่วโลก แม้แต่อากาศในยุโรปยังหนาวเย็นและฝนตกผิดปกติ จนกลายเป็นปีที่ไม่มีฤดูร้อน
ขณะนั้น แมรี่ เชลลี่ (Mary Shelley) เพอร์ซี่ บิช เชลลี่ (Percy Bysshe Shelley) และเพื่อนอีกหนึ่งคนที่มีหมอประจำตัวติดตามมาด้วย พักผ่อนอยู่ที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบเจนีวา ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยให้ออกไปชื่นชมธรรมชาติด้านนอก จึงตั้งวงสนทนากันในที่พัก แต่แล้วก็ปิ๊งไอเดียมาแต่งเรื่องผีกันคนละ 1 เรื่อง และแมรี่ได้เค้าโครงเรื่องซากศพฟื้นคืนชีพด้วยกระแสไฟฟ้า
ในตอนนั้น เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสั้นที่ใช้เล่าในคืนฝนพรำตามคำชักชวนเท่านั้น แต่ด้วยความใกล้ชิดและความชอบที่คล้ายกันของแมรี่และเพอร์ซี่ พวกเขามักเขียนหนังสือด้วยกันทุกเช้า (เพอร์ซี่เป็นกวี) และออกไปร้านหนังสือในตอนบ่าย จดบันทึกเรื่องราวของกันและกันไว้ เพอร์ซี่เสนอให้แมรี่ขยายเรื่องสั้นแฟรงเกนสไตน์ไปเป็นนิยายขนาดยาว
เธอเขียนแฟรงเกนสไตน์เสร็จในต้นฤดูร้อนปี 1817 ระหว่างนั้นเธอต้องเผชิญกับเรื่องราวมากมาย ทั้งการจากไปของน้องสาวต่างมารดาและภรรยาคนแรกของเพอร์ซี่ ซึ่งในขณะนั้นแมรี่เองก็ตั้งท้องลูกคนที่ 3 แต่ในที่สุดเธอก็สามารถก้าวผ่านชีวิตแสนอึมครึม และได้ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1818 โดยไม่ใส่ชื่อผู้เขียน มีเพียงชื่อของเพอร์ซี่เป็นผู้เขียนคำนำ เมื่อเห็นว่านิยายมีผู้อ่านจำนวนมาก ได้รับคำวิจารณ์ทั้งแง่ดีและแง่ลบ เธอจึงตัดสินใจตีพิมพ์ครั้งที่ 2 ในเวอร์ชั่นแก้ไขเนื้อหาบางส่วน พร้อมกับใส่ชื่อของเธอเป็นผู้เขียน
แฟรงเกนสไตน์ ได้รับการยกย่องในภายหลังว่าเป็นต้นแบบของนวนิยายวิทยาศาสตร์ (sci-fi) เสียดายที่เธอจากไปก่อนที่จะได้รู้ว่าเรื่องสั้นในคืนฝนพรำของเธอ เป็นแรงบันดาลใจให้กับโลกยุคใหม่ขนาดไหน
อ้างอิงจาก
https://themillions.com/2022/11/the-original-fire-on-mary-shelley-and-creativity.html