เมื่อการไปญี่ปุ่นอาจแพงขึ้นกว่าเดิม หลังรัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมประกาศขึ้นภาษีขาออก เพื่อแก้ปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมือง
รัฐบาลญี่ปุ่นที่นำโดย นายกรัฐมนตรี ซานาเอะ ทาคาอิจิ และพรรคร่วมรัฐบาลกำลังพิจารณาแผนการขึ้นภาษีขาออกจากเดิมที่อยู่ที่ 1,000 เยน (ประมาณ 200 บาท) ต่อคน เป็น 3,000 เยน (ประมาณ 600 กว่าบาท) หรืออาจจะมากกว่านั้น เพื่อเอาเงินไปใช้ในการป้องกันปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองหรือ Overtourism
โดยจะมีการหารือเกี่ยวกับการปรับขึ้นภาษีนี้ในการประชุมปฏิรูประบบภาษีประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะประชุมในช่วงปลายปีนี้
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงชาวญี่ปุ่นเอง จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียม 1,000 เยนเมื่อซื้อตั๋วเครื่องบินหรือเรือ
กระทั่งวานนี้ (13 พฤศจิกายน) คณะกรรมการวิจัยเพื่อการจัดตั้งประเทศที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยว จากพรรครัฐบาล ได้ร่างมติเรียกร้องให้เพิ่มภาษีขาออก หรือภาษีนักท่องเที่ยวระหว่างประเทศสามเท่าเป็น 3,000 เยน ภายในปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2570 และจะเพิ่มเป็น 5,000 เยน (ประมาณ 1,000 บาท) สำหรับผู้โดยสารที่บินชั้นธุรกิจและชั้นหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวบอกกับ Japan Today ว่า ด้วยนโยบายนี้จะทำให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นจะต้องเสียภาษีสูงขึ้นจากราคาตั๋วเครื่องบินและตั๋วเรือ ซึ่งรัฐบาลอาจพิจารณานำรายได้ส่วนหนึ่งไปลดค่าธรรมเนียมการขอหนังสือเดินทาง
รายได้จากภาษีขาออกพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ประมาณ 5.25 หมื่นล้านเยนในปีงบประมาณ 2567 ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของการท่องเที่ยว ซึ่งรายได้นี้ถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติในญี่ปุ่น
เนื่องจากการท่องเที่ยวขาเข้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัญหาการท่องเที่ยวล้นเกิน เช่น ปัญหาความแออัดและปัญหาความรำคาญ จึงกลายเป็นปัญหาร้ายแรงในแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง ประกอบกับภาษีขาออกของญี่ปุ่นยังคงต่ำกว่าระดับสากล จึงมีการเสนอให้ปรับขึ้นภาษีดังกล่าวทั้งจากรัฐบาลและพรรครัฐบาล
นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิ ได้สั่งการให้ ยาซูชิ คาเนโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว พิจารณาว่าควรปรับขึ้นภาษีหรือไม่เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา
อ้างอิงจาก