ทุกวันนี้หลายประเทศกำลังอยู่ใน ‘สังคมสูงวัย’ โดยเฉพาะประเทศเกาหลีใต้ที่มีประชากร 1 ใน 5 เป็นผู้สูงอายุ คือ มีกลุ่มคนที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป มากกว่า 10 ล้านคน ขณะที่คนรุ่นใหม่ก็ไม่นิยมมีครอบครัว ทำให้ผู้สูงอายุหลายคนอยู่บ้านอย่างโดดเดี่ยว
การอยู่บ้านเพียงลำพังทำให้ผู้สูงอายุหลายคนรู้สึกเหงาและเครียด บางคนก็รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของลูกหลาน เหล่านี้ก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงวัยซึ่งอาจนำมาสู่การฆ่าตัวตายในท้ายที่สุด
เพื่อแก้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รัฐบาลเกาหลีใต้ได้หันไปใช้เทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติสังคมสูงวัย โดยการแจกจ่าย ‘ฮโยดอล (Hyodol)’ ตุ๊กตาหุ่นยนต์อัจฉริยะที่จะทำให้เหล่าคุณตาคุณยายไม่เหงาอีกต่อไป
รู้จัก ‘ฮโยดอล (Hyodol)’ ตุ๊กตาหน้าตาน่ารัก ที่มีฟังก์ชันโต้ตอบผู้สูงวัย
ฮโยดอล คือ ตุ๊กตาที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม ดวงตากลมโต พร้อมหูที่ยื่นออกมา ผสานฟังก์ชันพิเศษอย่างการโต้ตอบด้วยเสียงสดใสร่าเริงของเด็กวัย 7 ขวบ คอยทักทายผู้สูงอายุเมื่อกลับถึงบ้านว่า “หนู่รอคุณตา/คุณยายมาทั้งวัน” และการโต้ตอบบทสนทนาอื่นๆ
มากไปกว่านั้น ฮโยดอลยังสามารถตอบสนองการเคลื่อนไหวทางร่างกาย ผ่านการจับมือโต้ตอบกับเหล่าคุณตาคุณยาย เหล่านี้มาจากระบบ ‘Emotional AI’ ที่สามารถเก็บข้อมูลและประมวลอารมณ์ของผู้สูงอายุ
ผู้ผลิตฮโยดอล กล่าวว่า การออกแบบฮโยดอลให้มีขนาดเพียง 15-20 นิ้ว พร้อมหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู คล้าย ‘เด็กทารก’ จะช่วยสร้างความผูกพันและความไว้วางใจกับผู้สูงอายุง่ายขึ้น เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าใจเรื่องเทคโนโลยีมากนัก การออกแบบตุ๊กตาให้
นอกจากการโต้ตอบกับผู้สูงวัยแล้ว ตุ๊กตาตัวนี้ยังมีฟังก์ชันเชื่อมต่อข้อมูลกับแอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์ ทำให้สมาชิกในครอบครัว ผู้ดูแล รวมถึงบริษัทผู้ผลิต สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของผู้สูงอายุ ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุกับผู้สูงอายุ หุ่นยนต์จะส่งเสียงเตือนด้วยมาตรการความปลอดภัย
ความสำเร็จของฮโยดอลช่วยลดภาวะซึมเศร้าในกลุ่มผู้สูงวัย
เดือนพฤศจิกายน 2025 ตุ๊กตาฮโยดอลถูกแจกจ่ายให้ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังในเกาหลีใต้กว่า 12,000 ตัว ผ่านโครงการสวัสดิการสาธารณะของรัฐบาล นอกจากนั้น ยังมีบางครอบครัวซื้อตุ๊กตาดังกล่าวให้ผู้สูงวัยในครอบครัวตนเองอีกประมาณ 1,000 คน โดยรุ่นล่าสุดมีราคาอยู่ที่ 1.3 ล้านวอน (ประมาณ 28,430 บาท)
โดยมีรายงานการศึกษาในปี 2024 ว่า ผู้สูงอายุหลายคนจะตั้งชื่อเล่นให้กับฮโยดอล ซื้อเสื้อผ้าเด็กเล็กให้สวมใส่ และกอดตุ๊กตาเหล่านี้ยามค่ำคืน ความรู้สึกผูกพันที่เกิดขึ้นนี้ทำให้ผู้สูงอายุจากกลุ่มตัวอย่าง 69 คน มีภาวะซึมเศร้าลดลง และสามารถชะลอการรับเข้าบ้านพักคนชราในกลุ่มผู้ใช้ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาเล็กน้อยหรือกลุ่มเสียงเป็นโรคอัลไซเมอร์
คำถามด้านจริยธรรมและความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน
แม้จะประสบความสำเร็จในด้านการใช้งาน แต่ฮโยดอลก็ยังถูกตั้งคำถามด้านจริยธรรมเกี่ยวกับการที่ผู้สูงวัยบางคนผู้อารมณ์และความรู้สึกที่มีไว้กับตุ๊กตามากเกินไป อย่างกรณีที่มีหญิงชราคนหนึ่งตั้งชื่อตุ๊กตาเหมือนลูกสาวผู้ล่วงลับของเธอ ก่อนจะปลีกตัวเองออกจากสังคมและทุ่มเทเวลาที่มีอยู่ให้กับตุ๊กตาตัวนั้น
โดยผู้ผลิตฮโยดอลกล่าวว่า ตุ๊กตาตัวนี้อาจไม่ได้เหมาะกับทุกคน และควรใช้เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำหรับการดูแลผู้สูงวัยมากกว่า โดยผู้สูงวัยบางคนที่ยังมีสภาพจิตใจแข็งแรงและไม่ได้มีปัญหาสุขภาพมากนั้น จะมองว่าฮโยดอลเป็นตุ๊กตาที่เสียงดังและน่ารำคาญมากกว่าน่าเอ็นดู
ขณะเดียวกัน บางส่วนยังกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย จากการเก็บบันทึกข้อมูลทางการแพทย์และบทสนทนาโต้ตอบระหว่างผู้ใช้งาน โดยผู้ผลิตฮโยดอลระบุว่า ตุ๊กตาตัวนี้จะเก็บข้อมูลแบบไม่ระบุตัวตน และการบันทึกเสียงก็ใช้สําหรับการฝึกสอน AI (Training) เท่านั้น
กรณีนี้เทียบได้กับ ‘พาโร (Paro)’ ตุ๊กตาหุ่นยนต์แมวน้ำที่ผลิตมาเพื่อผู้สูงอายุที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาหรือเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งสามารถตอบสนองการสัมผัส ขยับตัว และส่งเสียงร้องได้ โดยพาโรถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายกว่า 30 ประเทศ
ทาคาโนริ ชิบาตะ ศาสตราจารย์ผู้ผลิตพาโรกล่าวว่า หลายคนอาจคิดว่าการพูดคุยโต้ตอบกับหุ่นยนต์นั้นไม่ปลอดภัย เพราะบทสนทนาอาจรั่วไหลไปยังบุคคลที่สาม แต่ในความเป็นจริงหุ่นยนต์เหล่านี้ก็คล้ายกับ ‘สัตว์บำบัด’ ซึ่งสามารถช่วยลดอาการวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า
สุดท้ายนี้ พาโรและฮโยดอล ต่างเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของแนวโน้มการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม และสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดหุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาเทคโนโลยีที่รวดเร็วนี้ก็มาพร้อมกับข้อกังวลด้านจริยธรรมที่อาจยังตามไม่ทันการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ซึ่งถือเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องเผชิญ โดยเฉพาะในประเด็นเรื่องการยินยอมให้เก็บบันทึกข้อมูล และการหลอกลวงที่อาจเกิดขึ้นได้
อ้างอิงจาก