ช่วงเวลาตี 1 ของวันอาทิตย์ (21 ธันวาคม) ตามเวลาท้องถิ่น สื่อต่างประเทศรายงานว่า มือปืนกลุ่มหนึ่งเปิดฉากยิงในบาร์แห่งหนึ่ง ใกล้เมืองโจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg)
ตำรวจรายงานว่า ผู้ต้องสงสัยประมาณ 12 คนในรถตู้สีขาวและรถสีเงิน ได้เปิดฉากยิงใส่ลูกค้าในบาร์ และยิงกราดอย่างต่อเนื่อง ขณะหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุ โดยมีผู้เสียชีวิต 9 ราย บาดเจ็บ 10 ราย จากเหตุการณ์ดังกล่าว
เฟรด เคคานา (Fred Kekana) รองผู้บัญชาการตำรวจประจำจังหวัด กล่าวกับสื่อว่า ผู้โจมตีส่วนใหญ่มีอาวุธเป็นปืนพก และหนึ่งคนมีปืนไรเฟิล AK-47
“พวกเขาเข้าไปในร้านเหล้า และยิงใส่ลูกค้าอย่างไม่เลือกหน้าและไม่มีเหตุผล” เขากล่าว พร้อมให้รายละเอียดว่า มีผู้เสียชีวิต 3 รายภายในบาร์ และอีกหลายคนเสียชีวิตขณะหลบหนี โดยผู้โจมตีได้ยิงกราดต่อเนื่องขณะหลบหนี ทั้งนี้ยังมีคนขับแท็กซี่ที่ขับรถผ่านมา ถูกยิงจนเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ด้วย
เคคานา กล่าวต่อว่า “มีรายงานว่าหลังจากที่พวกเขายิงผู้คนแล้ว พวกเขายังค้นตัวเหยื่อและเอาทรัพย์สินมีค่าไป รวมถึงโทรศัพท์มือถือ”
ต่อมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติแอฟริกาใต้ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้เริ่มการไล่ล่าผู้ต้องสงสัยแล้ว
แม้จะยังไม่มีการยืนยันแรงจูงใจที่ชัดเจน แต่แอฟริกาใต้–ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในทวีปแอฟริกา ถือว่ามีอัตราการฆาตกรรมสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งข้อมูลจากตำรวจระบุว่า ระหว่างเดือนเมษายนถึงกันยายน มีผู้เสียชีวิตจากการฆาตกรรม โดยเฉลี่ย 63 คนต่อวัน
นี่ถือเป็นเหตุกราดยิงครั้งที่ 2 ในรอบเดือนของแอฟริกาใต้ โดยก่อนหน้านี้ (6 ธันวาคม) เกิดเหตุกราดยิงในร้านเหล้าแห่งหนึ่งใกล้เมืองพริทอเรีย (Pretoria) ซึ่งกลุ่มมือปืนได้สังหารผู้คนไป 12 คน รวมถึงเด็กอายุ 3, 12 และ 16 ปีด้วย
นอกจากนี้ ประเทศนี้ยังเต็มไปด้วยอาวุธปืนทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย และเกิดเหตุยิงกันบ่อยครั้ง ซึ่งการฆาตกรรมมักเป็นผลมาจากการทะเลาะวิวาท การปล้น ความขัดแย้งระหว่างแก๊ง และการแข่งขันระหว่างธุรกิจนอกระบบ
อ้างอิงจาก