รัฐบาลอังกฤษริเริ่มใช้ยาระงับความต้องการทางเพศ กับผู้กระทำความผิดทางเพศ เพื่อลดความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำ และแก้ไขปัญหาเรือนจำแออัด
เมื่อวานนี้ (22 พฤษภาคม 2025) ชาบานา มาห์มูด (Shabana Mahmood) รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม แถลงต่อรัฐสภาฯ ว่า กระทรวงเตรียมจะใช้นโยบายฉีดยาเพื่อระงับ “อารมณ์ทางเพศที่ก่อปัญหา” ให้กับผู้ต้องขังที่สมัครใจ โดยในขั้นเริ่มต้นนี้ จะใช้กับเรือนจำ 20 แห่งในอังกฤษ
แม้นี่จะเป็นเพียงโครงการนำร่อง แต่มาห์มูดระบุว่าจะมีการพิจารณา เพื่อปรับใช้กับเรือนจำทั่วประเทศ พร้อมทั้งศึกษาว่า จะทำให้นโยบายนี้เป็นข้อบังคับได้หรือไม่ ทั้งนี้เธอระบุถึงผลการศึกษาที่พบว่า การระงับความต้องการทางเพศด้วยสารเคมี สามารถลดการกระทำผิดซ้ำได้ถึง 60%
เธอยังกล่าวต่อว่า “สิ่งสำคัญคือต้องใช้แนวทางนี้ควบคู่ไปกับการบำบัดทางจิตเวช โดยมุ่งเป้าไปที่สาเหตุอื่นๆ ของการกระทำผิด” เนื่องจาก การใช้สารเคมีระงับความต้องการทางเพศ อาจใช้ไม่ได้ผลกับผู้กระทำผิดทางเพศบางประเภท ที่มีปัจจัยอื่นนอกเหนือจากการหมกมุ่นเรื่องเพศ เช่น พวกที่ต้องการควบคุมและมีอำนาจ
หากกล่าวถึงปัญหาเรือนจำแออัดในประเทศ ในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำของอังกฤษและเวลส์ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าหรือเป็นเกือบ 90,000 คน และแม้ว่าอัตราการก่ออาชญากรรมจะลดลง แต่สาเหตุส่วนหนึ่ง มาจากการที่ผู้ต้องขังถูกตัดสินจำคุกนานขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันให้เข้มงวดกับอาชญากรรมมากขึ้น
ดังนั้นหนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่มาห์มูดลงมือทำ หลังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ซึ่งพรรคแรงงานกลับมามีอำนาจอีกครั้งในรอบ 14 ปี คืออนุมัติให้ปล่อยนักโทษก่อนกำหนด เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างในเรือนจำ พร้อมกล่าวว่า เธอต้องสืบทอดระบบตุลาการ ที่ถูกรัฐบาลอนุรักษ์นิยมชุดก่อน ละเลยมานานหลายปี
“หากระบบเรือนจำของเราพังลง ศาลจะต้องหยุดการพิจารณาคดี” มาห์มูดกล่าวว่า จากนั้น “ตำรวจจะต้องหยุดการจับกุม ทำให้อาชญากรรมไม่ได้รับการลงโทษ จนอาชญากรออกอาละวาด และความวุ่นวายก็เกิดขึ้น” เธอชี้ว่านั่นจะเป็น จุดเริ่มต้นให้ “เราต้องเผชิญกับการล่มสลายของกฎหมายและระเบียบในประเทศนี้”
ในอีกมุมหนึ่ง ดอน กรูบิน (Don Grubin) จิตแพทย์ด้านอาชญากรรม และอาจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์นิติเวช มองว่ารัฐบาลจะไม่บังคับใช้มาตรการดังกล่าวอย่างจริงจัง เพราะการ “บังคับให้ใครสักคนเข้ารับการรักษาเช่นนั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรมอย่างยิ่ง และแพทย์ส่วนใหญ่ที่ผมรู้จัก ก็คงจะต่อต้านมาตรการดังกล่าว”
เขาย้ำว่า ตัวเองและแพทย์คนอื่นๆ ในสาขานี้ คงจะปฏิเสธที่จะทำงานในโครงการนี้ หากต้องบังคับใช้ผู้กระทำผิด รับยาระงับความต้องการทางเพศ
“แพทย์ไม่ใช่ผู้ควบคุมสังคม การใช้ยาเพื่อลดความเสี่ยง แทนที่จะรักษาอาการต่างๆ ทางสุขภาพ ถือเป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม” กรูบินกล่าวอีกว่า “ปัญหาของการจ่ายยาตามคำสั่งแบบบังคับก็คือ บทบาทของแพทย์คือการรักษาผู้ป่วยด้วยความยินยอม ไม่ใช่ทำโดยได้รับคำสั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยานั้นอาจมีผลข้างเคียงร้ายแรง”
อ้างอิงจาก