ผลงานของเซอร์ไอแซก นิวตัน (Isaac Newton) ช่วยให้เราตระหนักรู้ว่าทำไมคนเราถึงยืนอยู่บนพื้นโลกนี้ได้ และผลงานอื่นๆ ของเขาก็สร้างคุณประโยชน์มากมาย มีหลักฐานบันทึกไว้อย่างชัดเจน หากจะลองสืบค้นดูคงไม่ใช่เรื่องยาก แต่ที่ยากคงจะเป็นเรื่องกิจวัตรประจำวันของเขา
เซอร์ไอแซกเป็นอีกคนที่ลองสอดส่องดูกิจวัตรแล้ว ไม่มีบันทึกแจกแจงเป็นช่วงเวลาสักเท่าไหร่ แต่เท่าที่สืบค้นและพอจะนำมาเล่าต่อได้ คงเป็นบันทึกจากคนใกล้ตัวอย่าง ฮัมฟรี นิวตัน (Humphrey Newton)ผู้ช่วยของเขา ที่บอกเล่าเรื่องราวเท่าที่สังเกตได้ในแต่ละวัน
ฮัมฟรีเล่าว่า นิวตันเป็นคนสุภาพ เรียบร้อย ถ่อมตน ไม่ค่อยแสดงอารมณ์โกรธ ใช้ชีวิตอย่างสงบและเก็บตัว เขาแทบไม่ออกไปพบปะผู้คน ในทางกลับกันก็ไม่ค่อยมีใครมาเยี่ยมเยียนเขาเท่าไหร่นัก นอกจากเพื่อนสนิทไม่กี่คน
ทำให้ใน 1 วัน โดยเฉพาะวันทำงาน เขาหมกมุ่นกับงานจนแทบไม่ออกจากห้อง หากมีงานรออยู่ล่ะก็ ฮัมฟรีแทบไม่เคยเห็นเขาพักผ่อนหย่อนใจ ไม่ขี่ม้า ไม่เดินเล่น ไม่เล่นกีฬา เพราะตัวเซอร์ไอแซกเองเชื่อว่าเวลาทุกชั่วโมงที่ไม่ได้ใช้ศึกษาคือเวลาที่สูญเปล่า
ไม่ออกไปยืดเส้นยืดสายยังพอเข้าใจ แต่ถึงขนาดลืมกินอาหารไปเลยก็มี ฮัมฟรีเลยต้องรับหน้าที่สะกิดเตือนเขาอยู่บ่อยๆ ว่าถึงเวลาอาหารแล้ว
โหมงานหนักขนาดนี้ คิดว่าเซอร์ไอแซกนอนเวลาไหน ฮัมฟรีเล่าต่อว่าเซอร์ไอแซกเข้านอนดึกมาก ประมาณ ตี 2-ตี 3 และนอนเพียงวันละ 4-5 ชั่วโมงเท่านั้น ไม่เคยพักงีบตอนกลางวัน โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง เขาจะใช้เวลาราว 6 สัปดาห์หมกตัวอยู่ในห้องทดลอง ไฟแทบไม่ดับทั้งกลางวันกลางคืน จนผู้ช่วยอย่างเขาสงสัยว่าร่างกายเซฮร์ไอแซกจะไปแตะลิมิตที่ตรงไหน
แม้จะฟังดูเหมือนไม่ใช่กิจวัตรที่ดีกับสุขภาพเท่าไหร่ แต่เซอร์ไอแซกไม่ได้เป็นคนขี้โรค ป่วยบ่อยแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ฮัมฟรีเคยเห็นเขาป่วยหนักแค่เพียงครั้งเดียวเท่านั้น แถมเขาก็ยังมีความสุขดีกับการทำงานหามรุ่งหามค่ำ ไม่ได้ออกไปไหน ไม่มีใครมาเยี่ยมเยียน ไม่ใกล้เคียงกับชีวิตปลีกวิเวกด้วยความระทมเท่าไหร่นัก
จากบันทึกนี้ของฮัมฟรี ไม่ได้บันทึกแค่ภาพอัจฉริยะผู้ค้นพบแรงโน้มถ่วง แต่เป็นภาพของมนุษย์คนหนึ่งที่เลือกใช้ชีวิตอย่างสุดทางกับสิ่งที่เขาเชื่อว่าสำคัญ
อ้างอิงจาก
https://www.gethistories.com/p/the-gravity-of-newton-1727