โลกจดจำชื่อของ มารี คูรี (Marie Curie) ในฐานะนักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลโนเบล 2 ครั้ง จาก 2 สาขา ทั้งสาขาฟิสิกส์ และสาขาเคมี แม้ผลงานด้านวิทยาศาสตร์จะยิ่งใหญ่แค่ไหน แต่บทบาทของแม่และภรรยาของเธอก็ไม่เคยบกพร่องเลยสักวันเดียว
ชีวิตในมหาวิทยาลัยของมารีไม่ได้ราบรื่นนัก เธอใช้เวลาทำงานสอนพิเศษอยู่หลายปี จนสามารถเก็บเงินได้ก้อนหนึ่งไว้เป็นค่าเล่าเรียนของตัวเองได้สำเร็จ เธอจึงตัดสินใจเรียนปริญญาสาขาฟิสิกส์และมุ่งมั่นกับการเรียนอย่างไม่ลดละ แม้จะอยู่นอกเวลาเรียน แต่มารียังเลือกใช้เวลาอ่านหนังสือทั้งในห้องสมุดและในห้องส่วนตัว อ่านแล้วอ่านอีกจนรู้สึกว่าการทำอาหารเป็นเรื่องเสียเวลา เลยกินแค่อะไรง่ายๆ อย่างขนมปังทาเนยและชาพอให้อิ่มท้อง
ด้วยความทุ่มเททำให้เธอเรียนจบปริญญาตรีสาขาฟิสิกส์ด้วยคะแนนสูงสุด และได้ทุนการศึกษาเรียนต่อสาขาคณิตศาสตร์ ในตอนนั้นเองที่ทำให้เธอรู้ตัวว่าเธอหลงรักวิทยาศาสตร์เข้าอย่างจัง พร้อมปลูกต้นรักกับปิแอร์ คูรี (Pierre Curie) ในฐานะสามีภรรยา
ปิแอร์สนับสนุนความทะเยอทะยานของมารีตั้งแต่สมัยเรียนจนถึงวันที่สร้างครอบครัวด้วยกัน และมองเธออย่างเท่าเทียมทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และสติปัญญา ถึงแม้ความรับผิดชอบด้านการทำงานจะเต็มบ่าแค่ไหน แต่หน้าที่ที่บ้านก็ไม่บกพร่องเลยเช่นกัน มารีผิดชอบงานบ้าน การเงิน ใส่ใจทำอาหารเพื่อเอาใจแม่สามีอย่างเต็มที่
ชีวิตของเธอใน 1 วัน หมดไปกับการทำงานในห้องแล็บ 8 ชั่วโมง กลับบ้านมาเธอก็เป็นภรรยาที่เอาใจใส่และแม่บ้านที่ขยันขันแข็ง ตัวแม่เรื่องความขยันตั้งแต่สมัยเรียนไม่เคยลาวงการ หมดหน้าที่งานบ้านเธอก็สวมหมวกนักวิทยาศาสตร์อีกครั้ง เริ่มศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจนดึกดื่น
เธอเหนื่อยแต่มีความสุข เมื่อทั้งวิทยาศาสตร์และครอบครัวคือ 2 สิ่งที่เธอรักเป็นอย่างยิ่ง ความพยายามของเธอผลิดอกออกผล ปี 1903 เธอได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ และในปี 1911 รางวัลโนเบลสาขาเคมี ทำให้เธอเป็นคนแรกในโลกที่ได้โนเบล 2 สาขา
เธอเป็นคนสุขุม มีสมาธิ และไม่สนใจชื่อเสียงมากนัก หลังได้รางวัลโนเบล เธอก็ยังใช้ชีวิตเรียบง่าย ทำงานในแล็บต่อเหมือนเดิม เหมือนกับว่าชีวิตนี้มารีได้พบเส้นทางที่เธอสามารถเดินต่อไปกับมันได้จนสุดทางแล้ว
อ้างอิงจาก