สถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลายในหลายจังหวัด นอกจากปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และความเสียหายจากน้ำท่วม ล่าสุดมีผู้พบเห็น ‘คราบสีรุ้ง’ ลอยมากับน้ำในจังหวัดปราจีนบุรีและระยอง ซึ่งเชื่อมโยงกับบริษัทและโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่
วันที่ 29 กันยายน มีประชาชนสังเกตว่า มีคราบสีรุ้งลักษณะคล้ายน้ำมันลอยอยู่ที่ผิวน้ำ บริเวณที่น้ำท่วม ต.หัวหว้า อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งไหลเป็นแนวยาวไม่น้อยกว่า 1 กิโลเมตร กำลังไหลผ่านในหลายพื้นที่ในอ.ศรีมโหสถ ก่อนมุ่งหน้าไปยังทุ่งบางพลวง
มูลนิธิบูรณะนิเวศ ระบุว่า คราบสีรุ้งเชื่อมโยงกับบ่อฝังกลบกากของ ‘บริษัทกรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด’ ซึ่งมีใบอนุญาตประกอบกิจการ 2 ประเภท นั่นคือ ใบอนุญาตฝังกลบขยะที่ไม่เป็นอันตราย และใบอนุญาตนำน้ำมันใช้แล้ว มาผลิตเชื้อเพลิงทดแทนและซ่อมบรรจุภัณฑ์
ด้านสำนักข่าวประชาไท อ้างอิงแหล่งข่าวที่ระบุว่า สุเมธ เหรียญพงษ์นาม สมาชิกเครือข่ายปราจีนเข้มแข็ง ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ปัญหาเรื่องคราบน้ำมัน สารพิษ สารเคมีที่ไหลออกมาจากบ่อฝังกลบกากของบริษัทดังกล่าว เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาก่อนแล้ว แต่พอน้ำท่วม ก็ทำให้คราบกระจายไปตามน้ำที่ท่วม ลงพื้นที่นาของชาวบ้าน
สำหรับการแก้ปัญหา สุเมธกล่าวว่ารองผู้ว่าฯ ปราจีนบุรี สั่งการให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) เก็บน้ำตัวอย่างไปตรวจ และให้ทางศูนย์ดำรงธรรมลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่ยังไม่เห็นแนวทางจัดการของผู้ว่าฯ
เช่นเดียวกับที่ระยอง ชาวบ้านหนองพะวา ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย ถ่ายภาพซากกองถัง 200 ลิตรในพื้นที่บริเวณโกดัง 5 ของโรงงาน ‘วิน โพรเสส’ ซึ่งมีสภาพเปียกชุ่ม และบางจุดมีคราบสีรุ้งขึ้นบนผิวน้ำ นอกจากนี้บริเวณหน้าวัดหนองพะวา หลังฝนตก ยังพบเห็นร่องรอยของคราบสีส้มอีกด้วย
สำหรับการขนย้ายกากอุตสาหกรรมที่ตกค้างภายในโรงงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เคยชี้แจงว่า ได้จ้างบริษัทเอกชน ให้เข้ามาดำเนินการกำจัดและบำบัดของเสียอันตรายที่ตกค้างภายในโรงงาน โดยตามรายงานข่าวระบุว่า มีวงเงินตามสัญญา 27.12 ล้านบาท ซึ่ง กรอ. ระบุว่าเป็น ‘งานจ้างด้วยเงินภาษีของประชาชน’ ดำเนินการเสร็จเมื่อวันที่ 23 เมษายน จากนั้นก็ไม่มีความคืบหน้าใดอีก
ก่อนหน้านี้ปราจีนบุรีและระยองประสบกับปัญหาการลักลอบฝังกลบขยะ กากของเสีย และสารอันตรายมาโดยตลอด โดยเฉพาะปราจีนบุรี ที่เมื่อเดินสิงหาคมที่ผ่านมามีการเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการนำจังหวัดปราจีนบุรีเข้าสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เพราะเกรงว่าปราจีนฯ จะกลายเป็นถังขยะพิษขนาดใหญ่ รองรับขยะพิษจากพื้นที่อุตสาหกรรม
โดยชาวปราจีนได้ส่งข้อเรียกร้อง 6 ข้อไปยังรัฐบาล ในประเด็น #ปราจีนบุรีไม่เอาEEC นั่นคือ การกระทบวิถีชีวิตในพื้นที่เดิม, ยังไม่มีการแก้ไขวิกฤตมลพิษเดิม, รับฟังเสียงไม่รอบด้าน, กฎหมายเอื้อกลุ่มทุน ละเลยชุมชน, ความเสี่ยงด้านที่ดินทำกิน และผลกระทบต่อแหล่งน้ำและป่า
คงต้องรอติดตามต่อไปว่าสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดปราจีนบุรี ระยอง และจังหวัดอื่นๆ จะเป็นอย่างไรต่อไป และจะมีมาตรการช่วยแก้ไขปัญหาขยะและสารพิษที่ลอยมากับน้ำ จนส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่หรือไม่
อ้างอิงจาก
https://www.facebook.com/share/p/19pUReNR6h/
https://prachatai.com/journal/2026/09/118934
https://www.facebook.com/share/p/1EQwQC6GWq/
https://environman.co.th/prachinburi-no-eec/
#BRIEF #น้ำท่วม #ปราจีนบุรี #ระยอง #คราบสีรุ้ง #ปราจีนบุรีไม่เอาEEC #TheMATTER