กฎหมายสืบสันตติวงศ์มักกำหนดให้ ‘ทายาทชาย’ ขึ้นครองราชย์ แต่กฎหมายนั้นอาจไม่สอดคล้องกับค่านิยมในปัจจุบัน เช่นเดียวกับกรณีของ ‘เจ้าหญิงไอโกะ โทชิโนะมิยะ’ ซึ่งเป็นพระราชวงศ์ที่คนญี่ปุ่นชื่นชอบมากที่สุด แต่สุดท้ายแล้ว เธออาจไม่ได้ขึ้นเป็น ‘พระจักรพรรดินี’ หากไม่มีการแก้กฎหมาย นำมาสู่การตั้งคำถามของคนญี่ปุ่น และคนทั่วโลกต่อกรณีดังกล่าว
การถกเถียงต่อประเด็นการครองราชย์เริ่มมีมากขึ้น หลังจากราชวงศ์ญี่ปุ่นมีจำนวนสมาชิกที่เป็น ‘ผู้ชาย’ ลดน้อยลง คือเป็นผู้ชาย 5 พระองค์ในบรรดาสมาชิก 16 พระองค์ ในขณะเดียวกัน เจ้าหญิงไอโกะก็เติบโตสู่วัยสาว และได้รับความสนใจจากคนญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก
แต่กฎหมายการสืบสันตติวงศ์ของญี่ปุ่น ที่ตราขึ้นเมื่อ 140 ปีก่อน มีข้อห้ามไม่ให้ผู้หญิงขึ้นครองราชย์ ทำให้ชาวญี่ปุ่นเรียกร้องให้เปลี่ยนกฎหมาย ผลสำรวจจากหนังสือพิมพ์ไมนิจิ ชิมบุง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่า 72% สนับสนุนให้ผู้หญิงขึ้นเป็นพระจักรพรรดินี มีเพียง 10% เท่านั้นที่คัดค้าน
แต่พรรครัฐบาล และพรรคฝั่งอนุรักษ์นิยม กลับยืนกรานชัดเจนว่า ‘ไม่ให้ผู้หญิงขึ้นเป็นจักรพรรดินี’ โดยได้เสนอกฎหมายที่เอื้อต่อการขึ้นครองราชย์ของผู้ชาย แม้กระทั่ง UN เองก็ไม่เห็นด้วยต่อท่าทีดังกล่าว และเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นอนุญาตให้มีจักรพรรดินี แต่รัฐบาลก็ยังปฏิเสธ
“ระบบการสืบราชสันตติวงศ์สะท้อนแนวคิดแบบญี่ปุ่นเกี่ยวกับประเด็นเรื่องเพศสภาพ ฉันคาดว่าการมีกษัตริย์ที่เป็นผู้หญิงจะช่วยยกระดับสถานะของสตรีในญี่ปุ่นได้อย่างมาก” อิคุโกะ ยามาซากิ ประชาชนชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งกล่าว
ในอดีต ญี่ปุ่นเคยมีจักรพรรดินี 8 พระองค์ โดยมีบทบาทเพื่อประคองสายเลือดจนกว่ารัชทายาทชายจะประสูติ นอกจากนี้ รัฐบาลยังเคยพยายามแก้กฎหมายให้ผู้หญิงขึ้นครองราชย์ได้ในปี 2005 แต่เมื่อเจ้าชายฮิซาฮิโตะประสูติในปี 2006 ก็ทำให้ข้อเสนอนี้ยุติลง
เรื่องจักรพรรดินีในญี่ปุ่นดูเหมือนจะได้รับการถกเถียงเป็นวงกว้าง และมีความเห็นที่ต่างกันระหว่างฝั่งประชาชนกับรัฐบาล คงต้องรอติดตามต่อไปว่าสถานภาพของเจ้าหญิงไอโกะจะเป็นอย่างไรต่อไป และจะมีการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้ญี่ปุ่นมีจักรพรรดินีหญิงหรือไม่
อ้างอิงจาก
#BRIEF #ญี่ปุ่น #เจ้าหญิงไอโกะ #จักรพรรดินี #TheMATTER