“หมิ่นพระเกี้ยว” กลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน (ปภส.) ระบุ กรณีเข้าแจ้งเอาผิดนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากการทำงานศิลปะกับสัญลักษณ์พระเกี้ยวของจุฬาฯ
สำนักข่าวประชาไทรายงานว่า ตัวแทนกลุ่ม ปภส. และตัวแทนภาคีกลุ่มราชภักดี ได้เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ผกก.สน.ปทุมวัน ต่อ เพชรนิล สุขจันทร์ นิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยให้เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112, พ.ร.บ.คอมฯ ม.14(3) และ พ.ร.บ.จุฬาฯ ม.17, ม.69 และ ม.70(1)
ในเพจเฟซบุ๊กของกลุ่ม ปภส. มีการเผยแพร่ความเห็นของ ทรงชัย เนียมหอม ประธานกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบันว่า “เหนื่อยกับพฤติกรรมเหล่านี้ เรียกร้องสิทธิอะไรที่มีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน รวมถึงเหตุการณ์ครั้งนี้ อุตส่าห์สอบเข้าได้ศึกษาที่มีชื่อเสียง เป็นอุดมศึกษาแห่งแรกที่ ร.4 ทรงพระราชทานให้ก่อเกิดขึ้นมาดำริให้ทุกคนได้มีการศึกษาอย่างเท่าเทียม
“…คำถามคือ จุดไหนที่นิสิตอ้างเป็นศิลปะ ศิลปะแบบนี้อาจารย์ผู้สอนน่าจะต้องไปศึกษาใหม่ ไปเรียนใหม่ทุกคนที่เกี่ยวข้องเริ่มตั้งแต่ชั้นอนุบาลเลยดีที่สุด ตนไม่ยอมให้เรื่องที่เกิดขึ้นต้องลอยนวล พร้อมเอาหัวเป็นประกัน เอากฎหมายเข้าสู้จนกว่าคดีจะถึงที่สุด”
โดยในการยื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษ เพจของกลุ่ม ปภส. ระบุว่า พ.ต.อ.นพดล เทียมเมธา ผกก.สน.ปทุมวัน ได้ตรวจสอบหนังสือและหลักฐานประกอบเป็นที่เรียบร้อย และได้เรียกประชุมเจ้าพนักงาน และตัวแทนกลุ่มภาคีฯ จึงสรุปเห็นควรให้รับคดีไว้เพื่อสอบสวน โดยรับไว้เป็นคดีอาญา
ก่อนหน้านี้ ภายหลังจากผลงานดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ได้ออกเอกสารชี้แจงเมื่อวันที่ 30 มกราคม ระบุว่า “ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อประชาคมจุฬาฯ และสังคมไทยที่ได้รับผลกระทบต่อการกระทําดังกล่าว”
โดยคณะศิลปกรรมศาสตร์ได้จัดประชุมคณาจารย์ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเชิญนิสิต เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้รวบรวมข้อเท็จจริงส่งให้มหาวิทยาลัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อดำเนินการตามแนวปฏิบัติของมหาวิทยาลัย
สำหรับผลงานศิลปะชิ้นนี้ มีชื่อว่า ‘ซุกไว้ใต้หมอน’ เป็นงานศิลปะจัดวาง (installation art) ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิชาเรียน โดยประกอบไปด้วยหมอนสีชมพูและรัดเกล้า รายล้อมด้วยอาหารเม็ดที่กระจัดกระจาย และเอกสารการเรียกร้องสิทธิในหลากหลายประเด็นขององค์กรนิสิตต่างๆ ในจุฬาฯ
เพชรนิล นิสิตเจ้าของผลงาน ได้เขียนอธิบายถึงผลงานชิ้นนี้ โดยมีบางส่วนระบุว่า “เกียรติภูมิจุฬาฯ คือเกียรติแห่งการรับใช้ประชาชน ความขัดแย้งกันของความหมายในสโลแกนสำคัญ ในโลกทุนนิยมที่จุฬาฯ เองไม่ได้รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง แต่จุฬาฯ รับใช้ผู้มีอำนาจและนายทุน โดยเฉพาะผู้บริหาร ในขณะที่นิสิต ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมเพื่อสิทธิและผลประโยชน์ของตัวนิสิตเองและมหาวิทยาลัยเป็นสิ่งสำคัญ”
อ้างอิงจาก
facebook.com/KingProtectionGroup