ประเด็นการเสนอชื่อ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกฯ อีกครั้ง สามารถทำได้หรือไม่ ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างยาวนานกว่า 7 ชั่วโมง ซึ่ง ไอติม— พริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.จากพรรคก้าวไกล ก็ได้สรุปเหตุผลทางกฎหมายว่าทำไมถึงสามารถเสนอชื่อพิธาอีกครั้งได้
1. การเสนอชื่อนายกฯ ไม่ใช่ญัตติโดยทั่วไปที่ถูกกำหนดโดยข้อ 41 ขององค์ประชุมรัฐสภา ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นสิทธิในการเสนอญัตติที่เปรียบเทียบกับการสิทธิในการเสนอชื่อนายกฯ เพราะการเสนอญัตติเป็นสิ่งที่สมาชิกรัฐสภา [ส.ส.และ ส.ว.] สามารถทำได้ ในขณะที่การเสนอชื่อนายกฯ มีรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 วรรค 2 ที่จำกัดให้เป็นสิทธิของ ส.ส.เท่านั้น แต่ไม่ได้เปิดกว้างให้กับสมาชิกรัฐสภาทุกคน
2. หากไปศึกษาการเขียนกฎหมายจะเห็นว่ามีความพยายามในการแยกญัตติกับการเสนอชื่อนายกฯ ถ้าไปดูรัฐธรรมนูญ 2560 มีคำว่า ญัตติปรากฏอยู่ 13 ครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่เกี่ยวกับการพิจารณาบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกฯ
ในส่วนของข้อบังคับ ก็มีการแยกหมวดอย่างชัดเจนระหว่างหมวดนายกฯ กับการเสนอญัตติโดยทั่วไป ญัตติที่ปรากฏอยู่ในข้อบังคับการประชุมรัฐสภา จะเห็นว่าปรากฏอยู่ทั้งหมด 106 ครั้ง ซึ่งมีเพียงแค่ 3 ครั้งที่เกี่ยวกับการเสนอชื่อนายกฯ ซึ่งพูดถึงการเสนอญัตติที่เกี่ยวกับการปลดล็อกให้สามารถเสนอชื่อนายกฯ ที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีพรรคการเมือง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเสนอชื่อบุคคลที่จะมาเป็นนายกฯ แต่อย่างใด
3. การเสนอชื่อบุคคลไม่ว่าจะดำรงตำแหน่งอะไรก็ตาม ในทางทฤษฎี สามารถจำกัดจำนวนครั้งได้ แต่ถ้าจะมีการจำกัดจำนวนครั้งก็ต้องมีบทบัญญัติที่ชัดเจนว่าจะจำกัดอย่างไร
นอกจากนี้ พริษฐ์ยังชวนให้มองปัญหานี้ในมุมของรัฐศาสตร์ ก็คือการลองจินตนาการดูว่าถ้าเราตีความข้อบังคับตามที่ผู้เสนอได้เสนอเข้ามา แล้วตีความว่าไม่สามารถเสนอชื่อนายกฯ คนเดิม ในสมัยประชุมเดียวกันนั้นได้ จะเจอกับปัญหาที่นำไปสู่ทางตันอะไรบ้างอีกเช่นกัน