“เราจะได้พบกันอย่างใกล้ชิดเมื่อผมกลับประเทศไทย ซึ่งคงอีกไม่กี่วันก็จะได้กลับ ความจริงอยากกลับเร็วที่สุดแต่บังเอิญติดวันหยุดหลายวัน”
ปล่อยทีเซอร์มาหลายครั้ง แต่ดูเหมือนคำยืนยันผ่านวิดีโอคอลของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร วานนี้ (26 กรกฎาคม) น่าจะยิ่งยืนยันคำพูดของแพรทองธาร บุตรสาว ว่าถึงคราวคุณพ่อกลับบ้านเลี้ยงหลานแล้ว นับแต่ต้องเดินทางออกนอกประเทศจากเหตุรัฐประหาร 2549
ซึ่งการกลับบ้านของอดีตนายกฯ ในวัย 74 ปี คราวนี้สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือนี่ไม่ใช่การกลับในฐานะคุณตา พ่อ อดีตหัวหน้าพรรคการเมือง หรือมหาเศรษฐีที่รวยอันดับโลก แต่เขายังมีสถานะของ ‘ผู้ลี้ภัย’ ติดตัวด้วย
จนถึงตอนนี้ ทักษิณมีคดีที่ศาลพิพากษาและมีโทษจำคุกโดยไม่รอลงอาญาแล้ว 3 คดี คือ
– คดีนอมินีถือหุ้น ‘ชินคอร์ป’
นับเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก กับการให้บุคคลอื่น (นอมินี) ถือหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แทน ศาลฎีกาฯ พิพากษาด้วยเสียงข้างมาก จำคุก 5 ปี ไม่รอลงอาญา
ใน 2 ฐานความผิด คือ ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ จำคุก 2 ปี และฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการเข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น จำคุก 3 ปี รวมเป็นจำคุก 5 ปี
ซึ่งระหว่างการพิจารณาคดีนี้จำเลยหลบหนี ศาลสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว ต่อมามีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 ให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีอำนาจพิจารณาคดีได้ โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย
ซึ่งนี่ก็กลายเป็นแนวทางตามกฎหมายใหม่ ในการอ่านคำพิพากษาลับหลัง สำหรับคดีอื่นๆ ที่ตามมา
– คดีหวยบนดิน
สำหรับคดีออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าคดีหวยบนดินนั้น นับเป็นดดีสำนวนที่ 2 ที่ศาลฎีกาแผนกอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการพิจารณาโดยไม่มีจำเลย ซึ่งพิพากษาโทษจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา
ครั้งนั้นศาลมีคำวินิจฉัยว่า ในระหว่างดำรงตำแหน่งนายกฯ ได้เร่งรัดให้มีการออกสลากพิเศษหวยบนดินในปี 2546-2549 จนทำให้เกิดความเสียหาย
– คดี Exim Bank ปล่อยกู้เมียนมา
ใน 2562 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องอดีตนายกฯ ทักษิณ กรณีสั่งการให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ Exim Bank อนุมัติเงินกู้สินเชื่อ 4,000 ล้านบาทแก่รัฐบาลเมียนมาเมื่อปี 2546 จนถูกพิพากษาจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา
โดยคดีดังกล่าว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การให้ธนาคารอนุมัติเงินกู้สินเชื่อจำนวน 4,000 ล้านบาท แก่รัฐบาลเมียนมา โดยมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าต้นทุน เพื่อนำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้ในการซื้อสินค้าและบริการของบริษัท ชินแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) เป็นการเอื้อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่น
ทั้งนี้ มีอีกคดีที่ได้รับศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาลับหลังไปแล้ว โดยมีโทษจำคุกทักษิณ 2 ปี และยกฟ้องคุณหญิงพจมาน ภริยาตามการสมรสในตอนนั้น ด้วยคดีทุจริตการจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษก 33 ไร่ 78 ตารางวา ราคา 772 ล้านบาท แต่ปัจจุบันคดีดังกล่าวหมดอายุความแล้ว
จึงส่งผลให้ ในการกลับไทยของอดีตนายกฯ ทักษิณ เขายังคงมีโทษจำคุกติดตัวอีก 10 ปี
คงต้องรอติดตามว่า ณ สนามบินดอนเมือง วันที่ 10 สิงหาคมนี้ เราจะได้อีกหนึ่งฉากสำคัญของหน้าการเมืองไทยยังไง จะมีโมเมนต์ก้มกราบแผ่นดินหรือไม่ และราชทัณฑ์จะมีมาตรการอย่างไร