นับถอยหลังอีกไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น เราจะได้เห็นโฉมหน้าประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนที่ 47 ซึ่งทั้งกมลา แฮร์ริส และโดนัลด์ ทรัมป์ ต่างเดินหน้าเรียกคะแนนเสียงจากประชาชนทั่วประเทศจนดำเนินมาถึง ‘รัฐสุดท้าย’ แล้วทั้งสิ้น ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ ‘ผลโพล’ ที่แสดงให้เห็นว่าคะแนนของทั้งคู่สูสีกินกันไม่ลงจนต้องมาตามลุ้นว่าใครที่จะเป็นเจ้าของเก้าอี้ประธานาธิบดีตัวนี้กันแน่
แต่ก่อนที่เราจะไปดูภาพรวมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโค้งสุดท้าย ‘ก่อนการเลือกตั้ง’ สามารถเข้าไปอ่านความแตกต่างทางนโยบายและมุมมองในเรื่องต่างๆ ของทั้ง 2 แคนดิเดตได้ที่: https://thematter.co/social/8-issues-of-us-election-2024/233684 และหากใครยังสงสัยว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มันเลือกยังไง นับคะแนนกันแบบไหน The MATTER ชวนทำความเข้าใจระบบเลือกตั้งสหรัฐฯ อ่านได้ที่: https://thematter.co/quick-bite/politics-us-election/233852
ทั้งทรัมป์ และแฮร์ริส จัดการปราศรัยครั้งสุดท้ายที่มิชิแกนและเพนซิลเวเนีย สำหรับแฮร์ริสแล้วเธอทุ่มสุดตัวในเพนซิลเวเนีย ซึ่งถือเป็นรัฐสมรภูมิเลือกตั้ง (Swing State) โดยเธอยืนยันหนักแน่นว่าเธอต้องการเป็น ‘ประธานาธิบดีของชาวอเมริกันทุกคน’
ขณะที่ทรัมป์เน้นย้ำถึงเรื่อง ‘ผู้อพยพ’ ในการปราศรัย โดยบอกว่าผู้อพยพผิดกฎหมายนั้นเป็นอาชญากรอันตราย และกล่าวโจมตีผู้หญิงจากพรรคเดโมแครตตั้งแต่แนนซี เพโลซี ไปจนถึงอดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 อย่างมิเชล โอบามา
อย่างไรก็ตาม โพลที่จัดทำโดยสำนักข่าวต่างชี้ให้เห็นถึงความสูสีกันของ 2 แคนดิเดตทั้งในรัฐใหญ่ๆ และในรัฐสมรภูมิ
โพลที่จัดทำโดย The Guardian ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งระบุว่า แฮร์ริสมีคะแนนคำทรัมป์อยู่เพียง 1 คะแนนที่ 48% ต่อ 47% ซึ่งนั่นถือว่าสูสีกันมาก เช่นเดียวกับโพลที่จัดทำโดย BBC (อัปเดตล่าสุดวันที่ 4 พฤศจิกายน) ซึ่งแฮร์ริสมีคะแนนนำทรัมป์อยู่ 1 คะแนนที่ 48% ต่อ 47%
ขณะที่โพลที่จัดทำโดย NBC News Nation Poll ที่จัดทำระหว่าง 30 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยสำรวจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,000 คนทั่วประเทศ (มีค่าความคลาดเคลื่อน +,- 3.1%) ชี้ให้เห็นว่า ทรัมป์ได้คะแนนเสียงจากผู้ชาย 58% และได้คะแนนเสียงจากผู้หญิงอยู่ที่ 41% ในขณะที่แฮร์ริสได้คะแนนเสียงผู้ชายอยู่ที่ 40% และได้คะแนนเสียงจากผู้หญิงอยู่ที่ 57%
ล่าสุด โพลที่จัดทำโดย Emerson College และ The Hill พบว่าผลนั้นสูสีกันมาก ในรัฐมิชิแกน แฮร์ริสคะแนนนำทรัมป์ 2 คะแนน (แฮร์ริส 50% ต่อทรัมป์ 48%) ส่วนในเนวาดา และวิสคอนซินคะแนนเท่ากันที่ 48% ขณะที่ทรัมป์มีคะแนนนำในรัฐจอร์เจีย 1 คะแนน (50% ต่อแฮร์ริส 49%) ในนอร์ทแคโรไลนา (ทรัมป์ 49% ต่อแฮร์ริส 48%) และเพนซิลเวเนีย (ทรัมป์ 49% ต่อแฮร์ริส 48%) ส่วนในรัฐแอริโซนา ทรัมป์มีคะแนนนำ 2 คะแนน คือ 50% ต่อ 48%
อีกสิ่งที่จะไม่พูดถึงก็ไม่ได้และมีความผันผวนมากนั่นก็คือ ‘ตลาดการพนัน’ ซึ่งก่อนหน้านี้ความนิยมของแฮร์ริสลดลงในช่วงก่อนการเลือกตั้งทำให้ในเวลานั้นคะแนนของทรัมป์มากกว่าแฮร์ริสอย่างไรก็ตามพอใกล้ถึงช่วงเลือกตั้งจริงๆ ทรัมป์กลับมีคะแนนลดลง ทำให้แฮร์ริสกลับมามีคะแนนนำอีกครั้ง
อ้างอิงจาก
theguardian.com 1 / theguardian.com 2