สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชาได้ยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็วในวานนี้ (24 กรกฎาคม 2568) ซึ่งได้สร้างความสูญเสีย และความกังวลให้กับพลเรือนอย่างมาก ในขณะที่ทั่วโลกกำลังจับตามาที่ 2 ประเทศเพื่อนบ้าน The MATTER อยากชวนทุกคนตั้งคำถามถึงสิ่งที่อาจแก้ไขความขัดแย้งนี้ได้อย่าง ‘อาเซียน (ASEAN)’ ว่ายังจะพอเป็นความหวังของเราได้ไหม?
ที่ผ่านมา อาเซียนในฐานะ ‘ประชาคม’ ต้องรับมือกับความท้าทายมากมาย ทั้งสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเมียนมา และข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ รวมถึงความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชา ที่ตอกย้ำถึงความซับซ้อนที่อาเซียนกำลังเผชิญอยู่
หลังจากสิ้นสุดสงครามเย็น อาเซียนได้ขยายขอบเขตความร่วมมือ ครอบคลุมประเทศในเอเชียตะวันเฉียงใต้ทั้งหมด และมีส่วนร่วมในกลไกต่างๆ เช่น เวทีร่วมมือด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ, การประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน, ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน
แต่เมื่อพูดถึงกลไกที่เป็นทางการจริงๆ นั้น อาเซียนมี สนธิสัญญาไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (TAC) ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาลงนามร่วมกัน ซึ่งเนื้อหาได้ขอให้ประเทศสมาชิกที่ลงนาม ควรเคารพซึ่งกันและกันในเรื่องเอกราช อธิปไตย ความเท่าเทียม บูรณภาพแห่งดินแดน การไม่แทรกแซงกิจการภายใน การระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี และการละเว้นจากการคุกคามหรือการใช้กำลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันข้อพิพาทและแก้ไขปัญหาผ่านการเจรจาอย่างเป็นมิตร
หรือแม้แต่ในปี 2550 ที่มีการนำ กฎบัตรอาเซียน เข้ามาใช้เพื่อระงับข้อพิพาทโดยสันติวิธี กฎบัตรอนุญาตให้คู่กรณีในข้อพิพาทสามารถร้องขอให้ประธานอาเซียนหรือเลขาธิการอาเซียนให้ความช่วยเหลือด้านการประสานงาน การไกล่เกลี่ย หรือการประนีประนอม
แต่บ่อยครั้งกลไกเหล่านี้ก็ไม่ได้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และมีผลผูกพัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ที่กำลังเป็นข้อโต้แย้ง ซึ่งทำให้เกิดเป็นคำถามว่า กลไกเหล่านี้จะช่วยแก้ไขปัญหาได้จริงๆ หรือไม่
Asia Times ระบุว่า ความขัดแย้งระหว่างไทยและกัมพูชาในรอบใหม่นี้ เป็นตัวอย่างชั้นดีที่ตอกย้ำว่าอาเซียนยังไม่มั่นคงพอ และเมื่อผู้มีส่วนร่วมจากภายนอกเข้ามาแทรกแซงเพื่อแก้ไขปัญหา แต่การขาดการยอมรับกันระหว่างประเทศในภูมิภาค ประกอบกับการขาดกลไกที่มีผลผูกพันระหว่างประเทศสมาชิก จึงทำให้ความขัดแย้งยังคงไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร
ขณะที่ The Diplomat เคยมีบทความที่ระบุว่า อาเซียนเผชิญกับความยากลำบากในการบรรลุข้อตกลงต่างๆ ที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ขณะที่ผู้มีบทบาทภายนอก เช่น จีน สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรป ยังคงมีอิทธิพลต่อพลวัตภายในของอาเซียน ซึ่งทำให้กระบวนการสร้างจุดยืนที่เป็นเอกภาพในภูมิภาคมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น
รายงานจาก The Diplomat ชี้ว่า จำเป็นต้องลดความคาดหวังเกี่ยวกับความสามารถของอาเซียนในการแก้ไขปัญหาภูมิภาคที่หยั่งรากลึก อาเซียนและกลไกของอาเซียนไม่เคยถูกกำหนดให้มีบทบาทเช่นนี้ กลุ่มประเทศสมาชิกขาดเครื่องมือทางกฎหมายที่มีผลผูกพัน และความสามารถในการบังคับใช้ และแนวทางที่ยึดฉันทามติของอาเซียนมักถูกขัดขวางโดยลำดับความสำคัญทางการเมืองที่แตกต่างกันระหว่างประเทศสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์หลักของชาติ
ด้วยข้อจำกัดทางโครงสร้างเหล่านี้ อาเซียนจึงยังไม่สามารถมีบทบาทจัดการกับความท้าทายด้านความมั่นคงในภูมิภาคในปัจจุบันได้เท่าที่ควร
อ้างอิงจาก
Time to revive and empower ASEAN’s High Council asiatimes.com
ASEAN and the Cambodia-Thailand Conflict eastasiaforum.org