จดหมายในขวดแก้วจากปี 1916 ของทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกพบบนชายหาดของออสเตรเลีย หลังเวลาผ่านไปกว่าหนึ่งศตวรรษ
ในวันที่ 9 ตุลาคม 2025 ครอบครัวบราวน์พบขวดแก้วยี่ห้อ Schweppes โดยบังเอิญ ระหว่างกำลังเก็บขยะบนชายหาดวอร์ตัน ใกล้เอสเพอแรนซ์ ในเวสเทิร์นออสเตรเลีย โดย เด็บ บราวน์ (Deb Brown) ผู้เป็นแม่เล่าว่า “เราทำความสะอาดชายหาดกันเยอะมาก และไม่เคยเหลือขยะทิ้งไว้แม้แต่ชิ้นเดียว ดังนั้นขวดเล็กๆ นี้ จึงวางอยู่ตรงนั้นเหมือนจะรอให้คนมาเก็บ”
เด็บ บราวน์ระบุว่า แม้กระดาษจะเปียก แต่ตัวหนังสือในจดหมายยังคงอ่านได้ เพราะขวดอยู่ในสภาพสมบูรณ์และไม่มีเพรียงเกาะอยู่เลย ทั้งนี้เธอเชื่อว่า ขวดดังกล่าวคงถูกฝังอยู่ในเนินทรายมาเป็นเวลานาน เพราะถ้าอยู่ในทะเล กระดาษคงสลายไปแล้ว
ภายในขวดแก้วใสมีจดหมายเขียนด้วยดินสอ ลงวันที่ 15 สิงหาคม 1916 โดยพลทหารมัลคอล์ม เนวิลล์ (Malcolm Neville) วัย 27 ปี และวิลเลียม ฮาร์ลีย์ (William Harley) วัย 37 ปี โดยพวกเขาม้วนจดหมายลงในขวดก่อนจะทิ้งลงทะเล
“ขอให้ผู้พบ (ขวดแก้ว) สบายดีเช่นเดียวกับพวกเราในตอนนี้” คือข้อความที่ระบุในจดหมาย
ในจดหมาย เนวิลล์ขอให้ผู้พบขวดส่งจดหมายของเขาไปให้โรแบร์ตินา เนวิลล์ (Robertina Neville) ผู้เป็นแม่ของเขาที่วิลคาวัตต์ ซึ่งปัจจุบันแทบจะกลายเป็นเมืองร้างในเซาท์ออสเตรเลีย ส่วนฮาร์ลีย์ก็ระบุว่า เขารู้สึกยินดีถ้าผู้พบขวดแก้วนี้จะเก็บจดหมายของเขาไว้
“เรือโคลงเคลง แต่เรามีความสุขมาก” เนวิลล์เขียนถึงแม่ว่า ขณะนั้นเขาและเพื่อนทหารของเขาอยู่ “ที่ไหนสักแห่งในทะเล” โดยพวกเขากำลังมีความสุขมาก และอาหารก็อร่อยมากเช่นกัน
เมื่อติดต่อหาครอบครัวของนายทหารทั้งสอง ก็พบว่าจดหมายดังกล่าวถูกเขียนขึ้นเพียงสองวัน หลังจากทหารทั้งสองออกเดินทางกับเรือลำเลียงพล HMAT A70 Ballarat ซึ่งแล่นจากมืองแอดิเลดของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย ไปยังอีกฟากหนึ่งของโลก เพื่อเสริมกำลังทหารออสเตรเลีย ในแนวรบด้านตะวันตกของยุโรป ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1
เป็นเรื่องเศร้าที่หนึ่งปีต่อมา เนวิลล์เสียชีวิตในสนามรบ ส่วนฮาร์ลีย์ได้รับบาดเจ็บสองครั้ง แต่รอดชีวิตจากสงคราม จากนั้นเสียชีวิตที่แอดิเลดในปี 1934 ด้วยโรคมะเร็ง ซึ่งครอบครัวของเขาระบุว่า เกิดจากการถูกทหารเยอรมันฉีดแก๊สในสนามเพลาะ
ด้าน แอนน์ เทอร์เนอร์ (Ann Turner) หลานสาวของฮาร์ลีย์ กล่าวว่าครอบครัวของเธอ “ตกตะลึงอย่างยิ่ง” กับการค้นพบครั้งนี้
“เราไม่อยากจะเชื่อเลย มันให้ความรู้สึกเหมือนปาฏิหาริย์จริงๆ และเรารู้สึกเหมือนคุณปู่ของเรายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเราจากหลุมศพ” เทอร์เนอร์กล่าวกับสื่อออสเตรเลีย
อ้างอิงจาก