ประเด็นที่กำลังถูกจับตามองในขณะนี้คือ การเสียชีวิตของ ‘พลทหารเพชรรัตน์’ ซึ่งกองทัพบกยืนยันยืนยันว่า สาเหตุจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน แต่ญาติยังมีข้อสงสัยหลายอย่าง ตั้งแต่พบช้อนเหล็กในเถ้ากระดูก มุมกล้องวงจรปิดไม่เห็นจุดเกิดเหตุ จนเกิดเป็นคำถามถึงสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารเพชรรัตน์ในวงกว้าง
เรื่องนี้เป็นมาอย่างไร และทำให้เราเห็นถึงปัญหาอะไรบ้าง อ่านได้จากโพสต์นี้
ไทม์ไลน์เหตุการณ์
- เวลา 20.10 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่า มีทหารมาทำการรักษาตัวที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์
- ต่อมาระบุว่าคือ พลทหาร เพชรรัตน์ กำลังยิ่ง อายุ 22 ปี สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จ.ปราจีนบุรี ที่ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 เนื่องจากลากลับบ้านเกินกำหนด 11 วัน จึงถูกต้องโทษตามวินัย
- บันทึกประจำวันของ สภ.เมืองปราจีนบุรี ระบุว่า ในวันที่ 10 พฤศจิกายน พลทหารเพชรรัตน์ เกิดป่วยกะทันหัน ระหว่างถูกจำคุก โดยชี้ว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของแพทย์ “ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย” เจ้าหน้าที่เรือนจำก็แจ้งว่า ผู้ตายมีอาการหายใจติดขัดแล้วล้มฟุ้บไปกับพื้น ขณะกำลังเข้าไปในเรือนนอน จากนั้นเพื่อนผู้ต้องขังช่วยกันปั๊มหัวใจก่อนจะส่งตัวไปโรงพยาบาล
- แพทย์รับรองว่า พลทหารเพชรรัตน์ เสียชีวิตในวันที่ 11 พฤศจิกายน เนื่องจาก “หัวใจวายแบบคั่งเลือดจากกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ” แต่สื่อหลายแห่งรายงานว่า เขาไม่มีชีพจรตั้งแต่ถึงโรงพยาบาลแล้ว
- จากนั้นร่างถูกส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก่อนญาตินำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสามัคคีสโมสร (วัดหนองจิก) ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และทำการฌาปนกิจวันที่ 15 พฤศจิกายน
- ในวันรุ่งขึ้น (16 พฤศจิกายน) ระหว่างพิธีญาติเก็บกระดูก กลับพบ “ช้อนสั้น” ปนอยู่ในกองกระดูก จนเกิดสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิต จึงทวงถามต้นสังกัด พร้อมร้องเรียนกับผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน
- มติชนรายงานว่า เมื่อวานนี้ (22 กุมภาพันธ์ 2569) นายสิทธิพรอายุ 39 ปี หรือสัปเหร่อผู้เผาศพ ได้พาผู้สื่อข่าวไปสำรวจเมรุที่เผาร่างพลทหารเพชรรัตน์ โดยให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนเผาศพ เขาจะต้องตรวจตามร่างกายทุกครั้ง เผื่อมีทรัพย์สินที่จะต้องคืนญาติ
- ส่วนในกรณีนี้ สัปเหร่อพบว่าไม่มีช้อนอยู่ตามกระเป๋าหรือเสื้อผ้าแต่อย่างใด เพียงแต่พบของแข็งอยู่ในคอ
- “เคสแบบนี้ไม่เคยมี เพิ่งจะเจอเคสแรก ผมคิดเองคนเดียวว่าพรุ่งนี้ต้องเจออะไรแน่ ตอนเช้าจะมาเก็บกระดูกก็เห็นช้อนอยู่ ก็บอกว่าช้อนไปอยู่ได้อย่างไร” สัปเหร่อเล่าผ่านมติชน
ข้อสงสัยของครอบครัว
10. เหตุการณ์นี้เองที่ทำให้ครอบครัวสงสัยว่า มีสิ่งแปลกปลอมในร่างกายของพลทหารเพชรรัตน์หรือไม่ ซึ่งต่อมา น้ำ–นิชนันท์ วังคะฮาต หรืออดีตผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ได้รวบรวมข้อสงสัยของญาติ ดังนี้
📌มุมกล้องตรงจุดเกิดเหตุมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น โดยเห็นแค่คนวิ่งเข้าไปช่วยเหลือ
📌ผู้ต้องขังที่ถูกเรียกสอบ 2 ใน 9 ให้การไม่สอดคล้องกัน และวิธีทำ CPR ไม่ถูกต้อง
📌หลังจากเหตุการณ์นิ่งลง มีการเคาะระฆังส่งสัญญาณให้ผู้คุมเข้ามาเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล
📌ถึงโรงพยาบาลหมอบอกเสียชีวิตแล้ว อัยการถามเสียชีวิตตอนไหนที่ไหน ไม่มีใครตอบ
📌ให้ญาติออกไปคุยอีกห้อง แล้วก็กลับมาที่ห้องเดิม มีการทำอะไรกับศพ
📌ก่อนเผาศพ สัปเหร่อเคลียร์ร่างกาย ใช้ไม้เคาะ เหมือนมีอะไรอุดอยู่ด้านในแข็งๆในปาก แต่สัปเหร่อไม่ได้ล้างค้างอ้าปากดู สัปเหร่อได้แต่สงสัย
📌หลังเผาศพ ตรงกระดูกเจอช้อนสั้น ปนอยู่กับกระดูกกำลังหาทางส่งตรวจ DNA ที่ช้อน ญาติไม่อยากให้ผ่านร้อยเวร ญาติกังวลไม่มั่นใจผลการตรวจ ใครพอจะแนะนำสถานที่ไหนช่วยแจ้งมาด้วย
📌ใบเอกซเรย์ไม่มีให้ดู ว่ามีอะไรในร่างกายไหม บอกแค่ผลชันสูตร
📌การพูดคุยในไลน์กลุ่มทหารบอกว่ามีการซ้อมหมู่ จึงทำให้เสียชีวิตที่เรือนจำแห่งนี้
11. ด้านครอบครัว ก้องภพ อายุ 45 ปี อาเขยผู้เสียชีวิตกล่าวผ่านมติชนว่า “ความรู้สึกมันเป็นความรู้สึกแต่วันแรก เราไม่มีหลักฐาน และสุขภาพร่างกายเขาแข็งแรง ผมไม่เคยเห็นเขาเข้าโรงพยาบาลเลย ตั้งแต่รู้จักเขามาตั้งแต่เล็ก อย่างกล้ามเนื้อหัวใจโต มันทำให้เสียชีวิตได้ใช่ไหม ที่ทำให้คนคนหนึ่งเสียชีวิต”
เขากล่าวต่อว่า “ปกติการชันสูตรต้องแจ้งญาติและผู้เกี่ยวข้องเข้าไปสังเกตการณ์ ทางเราได้รับแจ้งให้ไปรับศพทีเดียว” จนครอบครัวเริ่มสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตตั้งแต่วันเกิดเหตุ
คำชี้แจงจากกองทัพฯ
12. เมื่อวานนี้ (22 กุมภาพันธ์) ทีมโฆษกกองทัพบกยืนยันว่า พลทหารเพชรรัตน์เสียชีวิตที่โรงพยาบาล โดยแพทย์ระบุว่า เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลว และ “ไม่มีร่องรอยการถูกสัมผัสเพื่อทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด”
ทีมโฆษกฯ สรุปว่า “ไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือมีเพื่อนพลทหาร ที่อยู่ด้วยกันได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด” และจากผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ ก็พบว่า ไม่มีร่องรอยการทำร้ายร่างกาย ไม่มีสมองช้ำ หรือเลือดออกในสมอง
“ยืนยันว่าการสูญเสียกำลังพลคนหนึ่งคนใดก็ตาม นับเป็นการสูญเสียของกองทัพบก ด้วยเช่นกัน ทำให้กรณีมีกำลังพลเสียชีวิต จึงต้องดำเนินการทุกอย่างด้วยความเป็นธรรมโปร่งใสอย่างตรงไปตรงมา” ทีมโฆษกฯ ย้ำ
13. ล่าสุดวันนี้ (23 กุมภาพันธ์) พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก อธิบายกับสื่อเพิ่มเติมว่า แพทย์ได้ชันสูตรซึ่งมีการตรวจเอกซเรย์ และผลการตรวจทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ ยืนยันได้ว่าไม่มีสิ่งแปลกปลอม
ส่วนข้อสงสัยว่า ทำไมทหารต้องพกช้อนติดตัวนั้น พลตรีวินธัยชี้แจงว่า บางครั้งในช่วงการฝึกจะมีการรับประทานอาหารในพื้นที่นอกหน่วย จึงต้องมีการพกช้อนประจำตัวไว้รับประทานอาหารซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าประเด็นสำคัญคือ ต้องพิสูจน์และยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตว่าเป็นไปโดยธรรมชาติหรือไม่ เนื่องจากเมื่อมีกำลังพลเสียชีวิตก็เป็นความสูญเสียของกองทัพบกด้วยเช่นเดียวกัน จึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้
14. สิ่งที่ต้องติดตามต่อจากนี้คือ กระบวนการตรวจสอบการเสียชีวิตพลทหารเพชรรัตน์ว่าเป็นไปโดยธรรมชาติหรือไม่ ซึ่งหากในอนาคตมีผู้ถูกกล่าวหา คนเหล่านั้นอาจ “จะต้องขึ้นศาลทหาร” จนกลายเป็นคำถามต่อไปว่า “ความยุติธรรม” ที่เกิดขึ้นในกรณีเช่นนี้ ควรเกิดขึ้นผ่าน “ศาลทหารหรือศาลพลเรือน” หรือไม่