ผ่านมาแล้วกว่า 40 วัน นับตั้งแต่เกิดการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2025 หลังสมาชิกรัฐสภาฯ จากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันลงมติ 55 ต่อ 45 เสียง ซึ่งไม่ถึงขั้นต่ำ 60 เสียง จึงไม่สามารถอนุมัติ ‘ร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว’ ของรัฐบาลกลาง เพื่อให้รัฐบาลดำเนินงานต่อไปได้
การชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้ที่ผ่านมา ชาวสหรัฐฯ ต้องเผชิญผลกระทบที่นับวันยิ่งรุนแรงมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพักงานเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางราว 750,000 คน และพนักงานรัฐบาลราว 1.4 ล้านคน เสี่ยงที่จะต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง จนบริการภาครัฐหลายอย่างต้องถูกระงับ และล่าสุดเที่ยวบินอย่างน้อย 2,300 เที่ยวถูกยกเลิก เนื่องจากขาดแคลนเจ้าหน้าที่จราจรทางอากาศ
อย่างไรก็ดี วันนี้ (10 พฤศจิกายน) มีความคืบหน้าที่สำคัญ ในความพยายามยุติการชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติผ่านขั้นตอนแรกของร่างกฎหมาย เพื่ออนุมัติร่างงบประมาณฯ อีกครั้ง พร้อมกับยกเลิกการเลิกจ้างพนักงานรัฐบาลบางส่วน
สื่อต่างประเทศรายงานว่า การประนีประนอมครั้งนี้เป็นผลมาจากการเจรจากันหลายวัน ระหว่างวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตกับรีพับลิกันจำนวนหนึ่ง ซึ่งการโหวตของวุฒิสภาผ่านไปด้วยคะแนนขั้นต่ำ 60 เสียง โดยมีวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครต 8 คน ที่โหวตสนับสนุนร่วมกับพรรครีพับลิกัน
อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนต่อไปของข้อตกลงดังกล่าวยังไม่ชัดเจนว่าจะลงตัวอย่างไร ซึ่งการผ่านขั้นตอนแรกของวุฒิสภานี้ ยังไม่รวมการขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับประกันสุขภาพ (Affordable Care Act tax credits) ซึ่งเป็นประเด็นที่พรรคเดโมแครตเรียกร้องมาหลายสัปดาห์
“เป็นเวลาหลายเดือนที่พรรคเดโมแครตได้ต่อสู้ เพื่อให้วุฒิสภาแก้ไขวิกฤตด้านการดูแลสุขภาพ” ชัค ชูเมอร์ (Chuck Schumer) ผู้นำเสียงข้างมากของวุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตยืนยันว่า เขาจะลงคะแนนคัดค้านร่างงบประมาณฯ นี้ หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเรื่องเงินอุดหนุนของระบบดูแลสุขภาพ
“วิกฤตการณ์ด้านการดูแลสุขภาพครั้งนี้รุนแรง เร่งด่วน และสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อครอบครัวที่บ้านเกิดของผม ผมจึงไม่สามารถสนับสนุน (มติ) นี้ได้อย่างเต็มใจ เพราะล้มเหลวในการแก้ไขวิกฤตการณ์ด้านการดูแลสุขภาพ” ชูเมอร์กล่าว
นี่ถือเป็นก้าวแรกในการผ่านร่างกฎหมาย เพื่อประนีประนอมงบประมาณของรัฐบาล หลังรัฐบาลชัตดาวน์มาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม โดยร่างกฎหมายฉบับแก้ไขนี้ ยังคงต้องผ่านความเห็นชอบจาก สส. และส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลงนาม ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวัน
อ้างอิงจาก