จะเป็นอย่างไร หากปัญญาประดิษฐ์ (AI) สร้างข้อมูลปลอมในงานวิชาการ? ไม่นานมานี้ งานวิจัยหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ ถูกพบว่ามีการอ้างอิง “ที่ไม่มีอยู่จริง” อย่างน้อย 20 รายการจากทั้งหมด 61 รายการ โดยเกิดจากอาการหลอนของ AI
ก่อนหน้านี้ พอล ยิป (Paul Yip) อาจารย์จากภาควิชาสังคมสงเคราะห์ มหาวิทยาลัยฮ่องกง (University of Hong Kong หรือ HKU) ได้ออกมาขอโทษในนามของไป่ อี้หมิง (Bai Yiming) นักศึกษาปริญญาเอกของเขา กรณีที่เกิดข้อผิดพลาดในงานวิจัยที่ตีพิมพ์
ในงานวิจัยที่ชื่อว่า “สี่สิบปีแห่งการเปลี่ยนผ่านภาวะเจริญพันธุ์ในฮ่องกง” ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร China Population and Development Studies เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม มีรายการอ้างอิง 61 รายการ ซึ่งรวมถึงบทความวิชาการ หนังสือ สถิติของรัฐบาล และเอกสารราชการ
อย่างไรก็ตาม มีการพบว่าแหล่งอ้างอิงอย่างน้อย 20 รายการนั้น “ไม่มีอยู่จริง” โดยเมื่อคลิกลิงก์อ้างอิงที่แนบมาแล้ว กลับไม่พบแหล่งที่มาดังกล่าว หรือแสดงรายการที่ระบุว่า “not found” (ไม่พบ) ซึ่งดูเหมือนจะเกิดจากอาการหลอนของ AI (AI hallucinations)
ยกตัวอย่าง แหล่งอ้างอิงรายการแรกคือ “บทบาทของผู้หญิงในครอบครัวที่เปลี่ยนแปลงไป: ผลกระทบต่อภาวะเจริญพันธุ์” ซึ่งงานวิจัยระบุว่า ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Marriage and Family ในปี 2000 นั้น แต่เมื่อค้นหาบน Google Scholar กลับพบว่าไม่มีอยู่จริง
ยิป–ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลผลงาน บอกกับสื่อว่า ไป่–ซึ่งเป็นผู้เขียนหลัก ได้ใช้ AI ช่วยจัดระเบียบข้อมูลอ้างอิง แต่ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา โดยเขาได้ทราบเรื่องนี้จากไป่ หลังจากที่เธอเห็นข้อกล่าวหาทางออนไลน์
เขากล่าวว่า ประเด็นนี้ไม่ถือว่าละเมิดความซื่อตรงทางวิชาการ (academic integrity) เนื่องจากเนื้อหาของบทความถูกตรวจสอบทางวิชาการ 2 รอบ และถูกยอมรับ ทั้งนี้เขาได้แจ้งให้วารสารผู้ตีพิมพ์ผลงานทราบแล้ว และจะส่งฉบับที่ถูกต้องภายในไม่กี่วัน โดยให้คำมั่นว่า จะตรวจสอบงานอย่างละเอียดและรับรองว่าปราศจากข้อผิดพลาด
ด้านมหาวิทยาลัยฮ่องกง (HKU) ได้เริ่มการสอบสวนกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ และระบุว่าจะดำเนินการทางวินัยอย่างเหมาะสม หากพบการละเมิดจริยธรรมและมาตรฐานการวิจัยใดๆ ระหว่างการสอบสวน
“HKU ย้ำถึงความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานทางวิชาการและการวิจัยที่เข้มงวด นักวิจัยทุกคนของ HKU จำเป็นต้องมั่นใจว่า ผลงานของตนเป็นไปตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ทั้งในด้านคุณภาพและจริยธรรม” มหาวิทยาลัยกล่าว
ในอีกด้าน กองบรรณาธิการของวารสาร China Population and Development Studies ได้ออกมาชี้แจงว่า แม้จะพบความไม่ถูกต้องในรายการอ้างอิงบางประการ แต่ข้อสรุปหลัก ความถูกต้องของข้อมูลเชิงประจักษ์ และความสมบูรณ์ของกรอบทฤษฎีนั้น “ไม่ได้รับผลกระทบ” พร้อมยืนยันว่า ข้อโต้แย้งหลักของงานเขียนไม่เกี่ยวข้องกับรายการอ้างอิง ทั้งนี้จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมบนเว็บไซต์โดยเร็วที่สุด
กรณีที่เกิดขึ้นได้สร้างคำถามถึงการควบคุมบทบาทของ AI ในงานวิชาการ ซึ่งในยุคที่ AI ได้กลายเป็นผู้ช่วยคนสำคัญในชีวิตประจำวันของหลายๆ คน การใช้เครื่องมือดังกล่าวในงานวิจัยนั้น อาจสร้างปัญญาร้ายแรงได้ ซึ่งแนวทางการตรวจสอบที่รัดกุมนั้นก็จำเป็นต้องพัฒนา ให้เท่าทันเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
อ้างอิงจาก