ผลงานที่ทำให้ผู้คนจดจำ ฟรีด้า คาห์โล (Frida Kahlo) ในฐานะศิลปิน ล้วนเป็นภาพวาดใบหน้าของเธอเอง คิ้วอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ถูกวาดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในอากัปกริยาเรียบง่ายบ้าง หวือหวาบ้าง เหนือจริงบ้าง ปะปนกันไป
ภาพเหมือนเหล่านั้นไม่ได้บันทึกเพียงใบหน้า หากแต่บันทึกอารมณ์ขณะนั้นไว้ด้วย ความเจ็บปวดในวันวาน แรงฮึดในวันใหม่ แม้จะตื่นขึ้นมาพร้อมความเจ็บปวดเรื้อรังทางกาย ราวกับที่เป็นเพื่อนคุ้นเคยกัน แต่ความเจ็บเหล่านั้นไม่อาจขวางกั้นเธอกับศิลปะได้ มันกลับทำให้เธอหันเข้าหาศิลปะในฐานะที่พึ่งทางใจ
กิจวัตรของเธอไม่ได้ก้าวล้ำนำสมัยไปกว่าใครคนอื่น แต่มันบ่งบอกถึงตัวตนได้ดีเสมอ ในยามเช้า เธอไม่เร่งรีบไปไหน อ้อยอิ่งกับมื้ออาหาร พูดคุยกับคนรัก อ่านจดหมายสำคัญ เมื่อธุระบนโต๊ะอาหารของเธอหมดลง หลังอาบน้ำแต่งตัว เธอไม่ลืมจะประดับผมด้วยดอกไม้ สวมชุดพื้นเมือง เป็นภาพที่ผู้คนจดจำเธอได้ ทั้งในชีวิตจริงและบนผืนผ้าใบ
ฟรีด้าเริ่มวาดรูปในช่วงบ่าย สตูดิโออยู่ในบ้านสีฟ้าที่มีห้องโอบล้อมสวนกลางบ้าน บางครั้งก็ขยับย้ายไปวาดบนเตียง กิจกรรมนั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนอาจกล่าวได้ว่าในวันที่ต้องลงมือวาดรูป เธอจะได้ไม่ได้ออกไปไหนบ่อยนัก
บ้านที่เธออาศัยอยู่ จึงเป็นบ้านที่เธอรักในทุกตารางนิ้ว ห้องรับประทานอาหาร เต็มไปด้วยที่งานดินเผา และงานหัตถกรรม แม้แต่ต้นไม้น้อยใหญ่ในสวนกลางบ้าน ล้วนเป็นพืชพรรณพื้นเมือง
สิ่งละอันพันละน้อยในบ้านสีฟ้าหลังนี้ สะท้อนมุมความรักในวัฒนธรรมของเม็กซิโก ตั้งแต่สีสันฉูดฉาดจากตัวบ้าน มาสู่ผืนผ้าใบ ผ่านตัวตนของเธอที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เสมอ แม้จะมองผ่านภาพก็ตาม
อ้างอิงจาก