เมื่อปี 2024 ญี่ปุ่นมีนักท่องเที่ยวมาเยือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยคาดการณ์ว่ามีชาวต่างชาติราว 36.9 ล้านคนที่เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดและเพิ่มขึ้นถึง 47.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
แม้จำนวนนักท่องเที่ยวที่พุ่งสูงขึ้นเช่นนี้ จะสร้างโอกาสสำคัญให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น แต่ในอีกมุมหนึ่ง ประชาชนในพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาหนักใจที่มาจาก “ภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมือง” (Overtourism)
ตั้งแต่เหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวชาวอเมริกันขีดเขียนกราฟฟิตี บนประตูไม้ที่ศาลเจ้าเมจิ จนถึงกรณีอินฟลูเอนเซอร์ชาวชิลีที่ถ่ายคลิปตัวเอง ขณะทำท่าดึงข้อบนเสาโทริอิอันศักดิ์สิทธิ์ที่ศาลเจ้าชินโต ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีคลิปวิดีโอนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกรายที่เตะกวางในเมืองนารา–เหล่านี้คือปัญหาจากนักท่องเที่ยวที่ชาวญี่ปุ่นต้องเผชิญทั้งสิ้น
ที่ผ่านมา รัฐบาลญี่ปุ่นต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นจากจำนวนนักท่องเที่ยวมหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น ทั้งขยะล้นเมือง รถไฟแออัด นักท่องเที่ยวสร้างเสียงดังรบกวนคนในย่านที่อยู่อาศัย จนถึงกรณีที่คนนอกมักไม่ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณี อันเป็นพื้นฐานของสังคมญี่ปุ่น
โดยเฉพาะเมืองยอดฮิต อย่างโตเกียว เกียวโต และโอซาก้า ที่คนท้องถิ่นกำลังรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ ยกตัวอย่างกรณีในเกียวโต ซึ่งหนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุน (Yomiuri Shimbun) เคยสำรวจว่า ชาวเกียวโตประมาณ 90% เคยร้องเรียนเรื่องนักท่องเที่ยวล้นเมือง โดยหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดคือ “พฤติกรรมหยาบคายหรือไม่ให้เกียรติ” ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งดูเหมือนจะปฏิบัติต่อเกียวโตเหมือนสวนสนุก มากกว่าจะเป็นเมืองเก่าแก่ เก่าแก่ และเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ
“น่าเสียดายที่นโยบายและธุรกิจการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น มักตั้งเป้าไปที่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว” ยูสึเกะ อิชิงุโระ (Yusuke Ishiguro) อาจารย์ด้านการสื่อสารและการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยฮอกไกโด กล่าวกับ CNN
อิชิงุโระกล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาทางการได้นำกล้องวงจรปิดมาใช้ เพื่อติดตามพฤติกรรมนักท่องเที่ยว ทั้งยังเพิ่มภาษีโรงแรมเพื่อลดนักท่องเที่ยว แต่เขามองว่า มาตรการทั้งสองไม่ได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวล้นเมืองอย่างยั่งยืน
ด้าน ยาซูชิ คาเนโกะ (Yasushi Kaneko) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวคนใหม่ของญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงปัญหาดังกล่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมาว่า “ร้ายแรงมาก” โดยชี้ว่ามาตรการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความหนาแน่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จะประกาศใช้ในแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อกระจายผลประโยชน์ของการท่องเที่ยวไปยังทุกภูมิภาค
นอกจากนี้ คาเนโกะยังระบุถึงนโยบายการนำรถบัสด่วนเพื่อเชื่อมต่อแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงการใช้แผนที่จราจร และป้ายแสดงมารยาทที่ดี
อ้างอิงจาก