ในช่วงเวลาที่โลกของเราเต็มไปด้วยเทคโนโลยี และผู้ช่วยที่ชาญฉลาดอย่าง AI หรือแชตบอตที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต แน่นอนว่ามีคนไม่น้อยที่กำลังโหยหาชีวิตก่อนมีเทคโนโลยี จนเกิดเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ขึ้นมาที่เรียกกันว่า ‘analog lifestyles’ หรือวิถีชีวิตแบบอนาล็อก
แนวคิดนี้ต่างจากการงดใช้ดิจิทัลในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แต่เป็นการกลับไปใช้ชีวิตให้ช้าลง มีกิจกรรมประจำวันหรือความบันเทิงที่จับต้องได้
แต่แม้จะพูดยากว่าปรากฏการณ์นี้แพร่หลายแค่ไหน แต่บริษัทศิลปะและงานฝีมือ Michael’s บอกว่า ยอดการค้นหาบนเว็บไซต์ว่า งานอดิเรกแบบอนาล็อก เพิ่มขึ้น 136% ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายชุดอุปกรณ์งานฝีมือเพิ่มขึ้นถึง 86% ในปี 2025 และคาดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 30% ถึง 40% ในปีนี้
ขณะที่ยอดการค้นหาชุดอุปกรณ์ถักไหมพรม ซึ่งเป็นหนึ่งในงานอดิเรกของคุณยายได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะเพิ่มขึ้น 1,200% ในปี 2025 ด้าน สเตซี่ ชิฟลีย์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Michael’s บอกกับ CNN ว่าบริษัทวางแผนที่จะจัดพื้นที่สำหรับอุปกรณ์ถักไหมพรมให้มากขึ้น
โดย ชิฟลีย์ กล่าวว่า ผู้คนจำนวนมากใช้การถักไหมพรมเป็นวิธีพักผ่อนทางจิตใจเพื่อหลีกหนีจากความทุกข์ยากในโลกออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสถานการณ์การระบาดของ COVID-19 “ฉันคิดว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมครั้งใหญ่ที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้” เธอกล่าวเสริม
‘การกลับไปใช้แบบอนาล็อก’ หมายความว่าอย่างไร
ผู้ที่หันไปใช้แบบอนาล็อกนั้น คือคนที่เบื่อหน่ายกับการเสพข่าวต่างๆ ผ่านหน้าจอและการใช้ AI หรือรู้สึกหงุดหงิดที่ ChatGPT และบริการ AI สร้างสรรค์อื่นๆ ทำหน้าที่คิดและสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ให้เรา
“AI ค่อนข้างน่าเบื่อหน่าย ทั้งในแง่ของเนื้อหา และความจริงที่ว่ามันซ้ำซากจำเจ ไม่มีความคิดสร้างสรรค์” อาวริเอล เอปส์ นักวิจัยด้าน AI และผู้ช่วยศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ริเวอร์ไซด์ กล่าว
นั่นไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกใช้เทคโนโลยีทั้งหมด และผู้ที่หันไปใช้แบบอนาล็อกก็ไม่ได้บอกว่าพวกเขาต่อต้านเทคโนโลยี บางคนเพียงแค่เลือกใช้บางส่วนของวิถีชีวิตนี้ เช่น เปลี่ยนจาก Spotify และเครื่องเล่นเพลงแบบ AI มาใช้ iPod แทน แทนที่จะถ่ายรูปเป็นล้านๆ รูปในท่าเดิมๆก็ลองถ่ายรูปด้วยฟิล์ม หรือแม้แต่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ เช่น การซื้อนาฬิกาปลุกมาใช้ ฯลฯ
เอปส์กล่าวว่า การหันมาใช้ระบบอนาล็อกไม่ได้หมายความว่าจะตัดขาดตัวเองจากข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตโดยสิ้นเชิง แต่เป็นการตัดขาดอินเทอร์เน็ตจากเรื่องส่วนตัวของเรามากกว่า
อ้างอิงจาก