หลังจากที่ประเทศต่างๆ ทยอยบังคับใช้กฎหมายที่ห้ามไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี ใช้โซเชียลมีเดีย ล่าสุด ‘สเปน’ ก็วางแผนจะใช้กฎหมายนี้เช่นเดียวกัน
“เด็กๆ ของเรากำลังรับมือกับสิ่งที่พวกเขาไม่ควรต้องเผชิญเพียงลำพัง […] เราจะไม่ยอมรับเรื่องนี้อีกต่อไป” เปโดร ซานเชซ (Pedro Sanchez) นายกรัฐมนตรีสเปนกล่าวสุนทรพจน์ ระหว่างการประชุมสุดยอดรัฐบาลโลกที่ดูไบ เมื่อวานนี้ (4 กุมภาพันธ์)
ที่ผ่านมารัฐบาลฝ่ายซ้ายของเขาก็ได้พูดถึงอันตรายจากโซเชียลมีเดียมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คำพูดที่แสดงความเกลียดชัง เนื้อหาลามกอนาจาร และข้อมูลเท็จ โดยย้ำว่าปัญหาเหล่านี้ส่งผลเสียต่อเยาวชน
“เราจะปกป้องพวกเขาจากโลกดิจิทัลที่ไร้ระเบียบ” นายกฯ สเปนระบุ
นอกจากนี้ ซานเชซยังเรียกร้องให้ประเทศอื่นๆ ในยุโรปดำเนินการเช่นเดียวกันอย่างเร่งด่วน เพราะโซเชียลมีเดียเป็น “รัฐที่ล้มเหลวซึ่งกฎหมายถูกละเลย และอาชญากรรมได้รับการยอมรับ”
นายกฯ สเปนกล่าวว่า รัฐบาลของเขาจะเริ่มกระบวนการออกกฎหมาย ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เพื่อเอาผิดเหล่าผู้บริหารสื่อสังคมออนไลน์ ที่เผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายและเนื้อหาที่แสดงความเกลียดชัง รวมถึงกำหนดให้การบิดเบือนอัลกอริทึม และการเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายเป็นความผิดทางอาญา
เขาเสริมอีกว่า อัยการจะพิจารณาวิธีการสืบสวนการกระทำละเมิดกฎหมาย ที่อาจเกิดขึ้นโดย Grok ของอีลอน มัสก์ (Elon Musk) มหาเศรษฐีเจ้าของ X, TikTok และ Instagram
ไม่เพียงเท่านั้น ซานเชซยังตำหนิมัสก์ ที่ใช้ X ในการ “กระจายข้อมูลเท็จ” เกี่ยวกับการตัดสินใจของรัฐบาลของเขาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งพูดถึงการทำให้สถานะของแรงงานต่างด้าวและผู้ลี้ภัยที่ไม่มีเอกสารกว่า 500,000 คน ถูกกฎหมาย โดยชี้ว่ามัสก์เองก็เป็นผู้อพยพ
หลังจากนั้นไม่นาน มัสก์ก็ออกมาตอบโต้ข่าวดังกล่าว โดยระบุบน X ว่า “ซานเชซจอมสกปรก เป็นทรราชและเป็นผู้ทรยศต่อประชาชนชาวสเปน” และราวหนึ่งชั่วโมงครึ่งหลังนั้น มัสก์ก็โพสต์อีกว่า “ซานเชซคือเผด็จการฟาสซิสต์ตัวจริง”
อ้างอิงจาก