คณะลูกขุนในรัฐแคลิฟอร์เนียตัดสินว่า Meta และ YouTube มีความผิดฐานจงใจออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ “ทำให้เสพติด” และทำร้ายเยาวชน
คดีนี้นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย หลังจากที่แม่ของหญิงสาวชาวแคลิฟอร์เนียวัย 20 ปี ซึ่งใช้ชื่อย่อว่า KGM ฟ้องร้อง Meta, YouTube, Snap และ TikTok โดยกล่าวหาว่า บริษัทเหล่านี้จงใจล่อลวงลูกสาวของเธอตั้งแต่ยังเด็ก จนทำให้เธอเป็นโรควิตกกังวล มีอาการไม่พึงพอใจในรูปร่างและหน้าตาของตัวเองเกินปกติ (body dysmorphia) รวมถึงมีความคิดฆ่าตัวตาย
KGM ให้การว่าเธอติด YouTube ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และ Instagram เมื่ออายุ 9 ขวบ ทั้งนี้กล่าวว่า แพลตฟอร์มเหล่านี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของเธอ โดยเมื่ออายุ 10 ขวบ เธอเริ่มเป็นโรคซึมเศร้าและทำร้ายตัวเอง อีกทั้งการใช้โซเชียลมีเดียยังทำให้ความสัมพันธ์กับครอบครัวและโรงเรียนของเธอแย่ลง
“คุณจะทำให้เด็กไม่วางโทรศัพท์ได้อย่างไร? นั่นเรียกว่าการออกแบบให้เกิดการเสพติด พวกเขาออกแบบมัน พวกเขาใส่ฟีเจอร์เหล่านี้ลงในโทรศัพท์” มาร์ค แลเนียร์ ทนายความของ KGM กล่าวในระหว่างการแถลงปิดคดีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมย้ำว่า ประสบการณ์ของเธอเป็นตัวอย่างของสิ่งที่เด็กและเยาวชนหลายหมื่นคน ต้องเผชิญบนโซเชียลมีเดียและในชีวิตจริง
จากนั้นคณะลูกขุนก็ใช้เวลากว่า 8 วันในการพิจารณาคดีนี้ และต่อมาตัดสินว่า Meta และ YouTube มีความผิดในทุกข้อหา โดยชี้ว่า บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเหล่านี้จงใจทำให้หญิงสาวคนหนึ่งติดโซเชียลมีเดีย และทำร้ายสุขภาพจิตของเธอ
คณะลูกขุนพบว่า Meta มีส่วนรับผิดชอบ 70% ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ส่วน YouTube ก็มีส่วน 30% โดยชี้ว่าบริษัททั้งสองประมาทเลินเล่อในการออกแบบแพลตฟอร์มของตัวเอง เพราะรู้ทั้งรู้ว่าการออกแบบนั้นอาจอันตรายต่อผู้ใช้ แต่กลับไม่เตือนถึงความเสี่ยงเหล่านั้น จนก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อโจทก์
บริษัททั้งสองถูกสั่งให้จ่ายค่าเสียหายรวม 3 ล้านดอลลาร์ (ราว 98 ล้านบาท) โดยคณะลูกขุนยังแนะนำให้ YouTube จ่ายค่าเสียหายเพิ่มเติมอีก 9 แสนดอลลาร์ (ราว 29 ล้านบาท) ด้าน Meta ก็ถูกแนะนำให้จ่ายค่าเสียหายเพิ่มอีก 2.1 ล้านดอลลาร์ (ราว 68 ล้านบาท) ตามคำกล่าวของโฆษกของบริษัททั้งสอง
อย่างไรก็ตาม ทั้ง Meta และ YouTube ระบุว่าพวกเขาวางแผนที่จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินต่อไป ส่วนบริษัท Snap และ TikTok นั้นได้ตกลงยุติคดี ก่อนการพิจารณาคดีครั้งนี้
“เราไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินและจะยื่นอุทธรณ์ สุขภาพจิตของวัยรุ่นมีความซับซ้อนอย่างมาก และไม่สามารถเชื่อมโยงกับแอปพลิเคชันเพียงแอปฯ เดียวได้ เราจะยังคงปกป้องตนเองอย่างเต็มที่ เพราะแต่ละคดีแตกต่างกัน และเรายังคงมั่นใจในผลงานของเราในการปกป้องวัยรุ่นทางออนไลน์” โฆษกของ Meta กล่าว
หลายปีมานี้ เราอาจเห็นผู้ปกครอง นักกิจกรรม และผู้เชี่ยวชาญหลายคน ต่างแสดงความกังวลเกี่ยวกับอันตรายของโลกออนไลน์ที่มีต่อเด็กมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปัญหาสุขภาพจิตไปจนถึงการแสวงประโยชน์ทางเพศที่เยาวชนอาจพบบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
แต่คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญ เพราะหลังจากนี้สิ่งที่เกิดขึ้นอาจสร้างบรรทัดฐานให้คดีที่คล้ายคลึงกันนี้ อีกหลายร้อยคดี และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้อายุน้อย