เหลือเวลาอีกเพียง 2 วันก่อนการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่อาจเปลี่ยนทิศทางการเมืองไทยหลังจากนี้ แม้ว่าโอกาสในการกำหนดทิศทางประเทศ แต่ไม่ใช่สำหรับ ‘ผู้ต้องขังทางการเมือง’ หลายคน
หลังศาลอุทธรณ์และศาลฎีกามีคำสั่งให้ยกคำร้องขอประกันตัว 15 ผู้ต้องขังทางการเมือง ด้วยคำสั่งในลักษณะเดียวกันว่า มีเหตุอันควรว่าจำเลยจะหลบหนี และ เหตุตามคำร้องไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
โดยกลุ่มผู้ต้องหาที่ศาลมีคำสั่งยกคำร้องนั้น เป็นกลุ่มที่ต้องขังคดีมาตรา 110, มาตรา 112, พ.ร.บ.คอมฯ และคดีชุมนุมทะลุแก๊ส โดยที่ทนายได้ยื่นขอประกันตัวไปเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา เพื่อให้ได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ
ข้อมูลจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2569 มีผู้ต้องขังในคดีชุมนุม และแสดงออกทางการเมืองเพิ่มเป็นอย่างน้อย 59 คน แบ่งเป็นมาตรา 112 จำนวน 32 คน และมาตรา 110 อีกจำนวน 5 คน
นอกจากนี้ อานนท์ นำภา ได้เขียนถ้อยแถลงด้วยลายมือเพื่อแนบประกอบคำร้องขอประกันตัวคดีมาตรา 112 ทั้ง 9 คดี เพื่อให้ได้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ โดยมีใจความสำคัญคือขอให้ศาลอนุญาตให้ประกันตัวเพื่อไปใช้สิทธิทางการเมืองขั้นพื้นฐานและออกเสียงประชามติ
อานนท์ ระบุถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นทางออกเดียวที่เปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย
“การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเป็นทางออกเดียวที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตยโดยสันติวิธีและปราศจากความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความสูญเสียทั้งเสรีภาพและชีวิตของพี่น้องประชาชน การเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการแสดงออกที่สำคัญที่สุดในฐานะ เจ้าของอำนาจอธิปไตย” ถ้อยแถลงระบุ โดยที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำสั่งศาล
อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 96 ระบุว่า บุคคลผู้มีลักษณะต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ได้แก่
1.เป็นภิกษุสามเณร นักพรตหรือนักบวช
2.อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
3.ต้องคุมขังอยู่โดยหมายศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
4.วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
ขณะที่วานนี้ (5 กุมภาพันธ์) พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อ.เมือง จ.นนทบุรี ให้สัมภาษณ์พิเศษใน คอลัมน์ คุยลึก Sunday Deep Talk หน้า 9 ประชาชื่น ‘มติชนรายวัน’ ซึ่งช่วงหนึ่งของการสัมภษณ์มีการพูดถึงแนวคิดที่ให้ผู้ต้องขังในเรือนจำทั่วประเทศมีโอกาสใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยชี้ว่าการเลือกตั้งถือเป็นสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่ง โดยหลังจากที่ศึกษาและสอบถามหน่วยงานต่างๆ แล้วพบว่า เห็นด้วยกับประเด็นนี้จึงเตรียมทำเรื่องเสนอไปยังกระทรวงยุติธรรมในโอกาสต่อไป