วันนี้ (10 กุมภาพันธ์) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกฯ และหัวหน้าพรรคประชาชน เปิดใจผ่านรายการกรรมกรข่าว คุยนอกจอ ถึงกรณียุทธวิธี การต่อสู้ในสนามเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งณัฐพงษ์ยอมรับว่าทุกปัจจัยมีส่วนหมด แต่ตนมองว่าการทำงานในพื้นที่ ดังเช่นนักวิจารณ์หลายคนเคยวิพากษ์วิจารณ์ว่าพรรคเชิดชูการเมืองเชิงอุดมการณ์ ภาพใหญ่ แต่ในทางชาวบ้านยังทำได้ไม่ดี
ณัฐพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราพยายามรักษาสมดุลว่าทำอย่างไรให้เป็นการเมืองที่เปิดกว้าง ไม่อยากให้มีระบบตั๋วที่ส่วนกลางพรรคเคาะไปก่อนแล้วไปปิดกั้นคนหน้าใหม่ที่จะเข้ามา ดังนั้น จุดสมดุลที่ยังพอออกแบบได้คนเดิมที่เคยลงสมัครแล้วมีคุณสมบัติดีให้เขาทำงานไปก่อนเลย ถึงเวลาเปิดรับสมัครให้คนหน้าใหม่เหมือนกัน ระบบที่สมดุลจะเป็นแบบนี้
สรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ดำเนินรายการถามถึงกรณีผลการเลือกตั้งที่ได้น้อยลงและสูญเสียคะแนนยกจังหวัด ซึ่งณัฐพงษ์กล่าวว่า ต้องลงไปดูเป็นรายเขตว่าผลการเลือกตั้ง สส. อาจจะมีลดลง แต่ในภาพรวมผมไม่เชื่อว่าคะแนนที่ลดลงในรายเขตเกิดขึ้นจากการทำงานของผู้สมัครสส.เดิมของเขา ผมเชื่อว่าเพื่อนร่วมพรรคของผมทุกคนทำงานเต็มที่ แต่อาจมีปัจจัยอื่นๆ รวมถึงคู่แข่งด้วยที่เข้ามาไม่ได้ตัดคะแนนกันเอง
“รอผลออกมา 100% เราวิเคราะห์ได้แหลมคมได้ชัดเจนกว่านี้ ผมพร้อมที่จะยอมรับทุกเหตุผลเลย ยอมรับตามข้อเท็จจริงเลย” ณัฐพงษ์กล่าว
สรยุทธถามต่อถึงความนิยมของณัฐพงษ์ที่ยังสู้ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคไม่ได้ในเรื่องการปลุกกระแสฟีเวอร์ ซึ่งณัฐพงษ์กล่าวว่า จริงๆ น้อมรับถ้าจะมีใครที่คิดหรือรู้สึกแบบนั้น ในอีกมุมหนึ่งต้องขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ เพื่อนร่วมพรรคเองก็บอกว่าเราทำงานกันเป็นทีม ผลที่ออกมามันไม่ได้เกิดจากตัวผมคนเดียว
“ถึงแม้ว่าข้างในตัวผม ผมมีพิมพ์แชทไปหาเพื่อนๆ สส.เขตเดิมทุกคนที่ผลการเลือกตั้งออกมาแล้วเขาอาจจะไม่ผ่านว่าผมเสียใจ นึกถึงหน้าเขาแล้วเขาจะไม่ได้เจอเขาในสภาฯ อีกรอบ ผมก็รู้สึกแบบรับว่าผมมีส่วนหรือเปล่า แต่เขาก็บอกว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับตัวผม แต่อย่างที่บอกว่าถ้าใครรู้สึกแบบนั้นผมขอโทษ ณ ตอนนี้มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่หัวหน้าพรรคจะประกาศลาออกหรือทำให้มันสั่นคลอนคนในพรรค” ณัฐพงษ์กล่าวพร้อมน้ำตาพร้อมบอกด้วยว่าหน้าที่ของตนตอนนี้คือการทำให้พรรคเดินหน้าต่ออย่างมั่นคงหากในอนาคตมีใครที่ดีและพร้อมกว่าก็ไม่ติด
“รู้สึกเสียใจครับ เสียใจที่ผลมันออกมาเป็นแบบนี้ครับ” ณัฐพงษ์กล่าว