“คนที่โกงการเลือกตั้งหรือทุจริต เจ้าหน้าที่ต้องถูกดำเนินคดี ฉันจะรอดูกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยว่าเป็นเช่นไร” หยาดทิพย์ กล่าว
เมื่อวาน (11 กุมภาพันธ์ 2569) กลุ่มแนวร่วมธรรมศาตร์ได้นัดหมายทำกิจกรรม ‘#นับใหม่ทั้งประเทศ’ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยเรียกร้องให้นับผลการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ทั่วประเทศอีกครั้ง หลังมีข่าวการบริหารจัดการเลือกตั้งที่ผิดพลาดและน่าสงสัยโดย กกต.
“เราเป็นโหวตเตอร์เพื่อไทย มาเรียกร้องสิทธิของตัวเอง อำนาจอธิปไตยของตัวเองที่เลือกเพื่อไทยไป” หยาดทิพย์ กล่าวถึงเหตุที่มาร่วมกิจกรรม
หยาดทิพย์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรม อายุ 62 ปี มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการ “โกง” เกิดขึ้น จากเหตุการณ์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนนที่ไม่โปร่งใส ใบคะแนนถูกทิ้งลงถังขยะ กรอกคะแนนผิด บัตรเขย่ง หีบไม่ถูกรัดด้วยเคเบิลไทร์
“มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีการโกง…เพราะฉะนั้น คนที่โกงการเลือกตั้งหรือทุจริต เจ้าหน้าที่ต้องถูกดำเนินคดีนะคะ ฉันก็จะรอดูกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยว่าเป็นเช่นไร” หยาดทิพย์ เน้นย้ำ
หยาดทิพย์เล่าว่า เธอเรียนจบเพียงชั้น ป.7 (ประมาณ ม.1) และไม่ใช่คนเรียนเก่ง แต่เป็นคนอยากรู้อยากเห็นและชอบอ่านหนังสือ เธอจึงเชื่อว่าระบอบการปกครองที่ดีที่สุดของมนุษยชาติ คือ “การปกครองระบอบประชาธิปไตย” เธอจึงอยากเห็นระบบการเลือกตั้งที่โปร่งใสและเป็นธรรม
ทั้งนี้ หากมีการนับคะแนนใหม่แล้วผลออกมาว่าพรรคเพื่อไทยแพ้เหมือนเดิม เธอก็ยินดีรับผลนั้น แต่ด้วยการจัดการเลือกตั้งที่ดูไม่โปร่งใสของ กกต. ใจจริงของเธอจึงอยากให้มีการเลือกตั้งใหม่มากกว่า
“ถ้านับใหม่แล้วแพ้ก็ยอมรับ ใครชนะเลือกตั้งเรายินดีด้วย เพราะมันโปร่งใสและไม่คาใจเรา แต่ถ้าเอาให้ชัวร์คือ ‘เลือกตั้งใหม่’ เรายอมเสียภาษีของประชาชน ไม่ใช่ของนายแสวงนะ…แต่ต้องอยู่ในกรอบเวลาที่กระชั้นชิด อย่าไปยืดยาวอีก 3 ปี หรือเป็นเลือกตั้งสุญญากาศ อันนั้นไม่ได้”
“ไม่ต้องหาเสียงแล้ว คือไปกาใหม่เลย แต่ที่โหวตเห็นชอบ-ไม่เห็นชอบประชามติยังคงเดิม แต่ให้ไปกาบัตรสีชมพูกับสีเขียวใหม่แค่นั้นเอง นี่คือความหมายของป้า หนึ่งคนหนึ่งเสียงจบ” หยาดทิพย์ เสนอ