แม้การเลือกตั้งทั่วไปจะสิ้นลงแล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (8 กุมภาพันธ์) แต่ดูเหมือนว่าจะมีปัญหาเรื่องการรายงานผลการเลือกตั้งหลายอย่าง ทั้งยังมีความน่าสงสัยจากการพบบัตรเขย่ง และการบริหารจัดการที่ดูไม่โปร่งใสทำให้เกิดการประท้วงและเรียกร้องให้ ‘นับคะแนนใหม่’ หลายพื้นที่ในประเทศไทย
ล่าสุด วันนี้ (10 กุมภาพันธ์ 2569) พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนได้ออกมาร่วมเรียกร้องต่อ กกต. ถึงประเด็นความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา ตามข้อเรียกร้องของประชาชน ดังนี้
พรรคประชาชน
เวลา 10:05 น. พริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน พูดถึงกรณีดังกล่าวผ่าน X บัญชีผู้ใช้ @paritw92 เรียกร้องให้ กกต. เปิดเผยรายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ พร้อมยืนยันว่า “แพ้ชนะเป็นเรื่องที่ทุกคนยอมรับได้ แต่คะแนนเสียงของประชาชนทุกคนต้องได้รับการปกป้อง และการดำเนินการที่โปร่งใสของ กกต. จะทำให้ไร้ข้อครหา”
พริษฐ์กล่าวถึงระเบียบ กกต. เรื่องการเลือกตั้ง สส. ที่แก้ไขในปี 2568 ซึ่งกำหนดว่า การรายงานผลการนับคะแนนรายหน่วย หรือที่เรียกว่า เอกสาร 5/16, 5/17 และ 5/18 จะต้องถูกเผยแพร่ในเว็บไซต์ของ กกต. จังหวัด “โดยเร็ว”
ซึ่งเป็นหลักการสำคัญ เพื่อปิดช่องว่างเรื่องเวลาและป้องกันไม่ให้เกิดข้อสงสัย ว่ามีการตกแต่งคะแนนให้แตกต่างจากที่ถูกนับหน้าหน่วย
นอกจากนั้น กกต. ยังควรเปิดเผยข้อมูลรายหน่วยในรูปแบบที่นำไปวิเคราะห์ต่อได้ง่าย เช่น ตาราง Excel เพื่อให้สะดวกต่อการตรวจสอบ เพราะประเทศไทยมีหน่วยเลือกตั้งรวมเกือบแสนหน่วย

ภาพ เอกสารที่พรรคประชาชนยื่นต่อ กกต.
ถัดมา 10:51 น. พรรคประชาชนได้ยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการเลือกตั้ง เรื่องขอคัดถ่ายเอกสาร โดยยื่นขอตรวจและคัดถ่ายสำเนาเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. ทั้งรายงานผลการนับคะแนนและแบบขีดคะแนน จากทุกหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมถึงประกาศรายงานจำนวนบัตรเลือกตั้งเมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนน ลงชื่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน
สุดท้ายนี้ พริษฐ๋ได้ฝากคำถามสำคัญต่อ กกต. ว่า ตอนนี้ เข้าสู่วันที่ 2 แล้ว หลังจากนับคะแนนเสร็จแล้ว กกต. จะเผยแพร่รายงานผลการนับคะแนนของทุกหน่วยทั่วประเทศได้เมื่อไหร่ และคำว่า “โดยเร็ว” ของ กกต. คือเกิน 2 วันได้ใช่หรือไม่
ทั้งนี้ พรรคประชาชนจะทำการแถลงข่าวเรื่องการจัดการเลือกตั้ง 69 ของ กกต. โดยเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลรายหน่วยทั่วประเทศ การดำเนินการขอให้นับคะแนนใหม่ในเขตที่มีข้อพิรุธ และการเปิดตัวระบบรับเรื่องร้องเรียนของพรรค ณ ชั้น 7 อาคารอนาคตใหม่ เวลา 16:00 น.
พรรคเพื่อไทย
เวลา 12:00 น. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย แถลงข่าว ว่า ได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชน ผู้สังเกตการณ์เลือกตั้ง และผู้สมัคร สส. เพื่อไทยหลายพื้นที่ เกี่ยวกับความโปร่งใสในการเลือกตั้ง ทำให้เกิดข้อกังวลต่อความเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งที่เกิดขึ้น
โดยมีข้อสังเกตที่เป็นรูปธรรมจากข้อมูลเบื้องต้น 3 ประการ ได้แก่
📌ข้อสงสัยเรื่องการใช้ ‘อำนาจเงิน’ ในหลายพื้นที่ ซึ่งมีรายงานความเคลื่อนไหวทางการเงินที่ผิดปกติจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเคยให้ความเห็นไว้ว่ามีการเบิกถอนเงินสดผิดปกติในช่วงการเลือกตั้ง ซึ่งต้องเรียกร้องให้ กกต. ชี้แจง ว่าไปตรวจสอบแล้วผลเป็นอย่างไร มีการกระทำการที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือหรือไม่
นอกจากนี้ ยังมีการร้องเรียนจากประชาชนและการตรวจพบกรณีที่มีการแจกเงินสดและโพยรายชื่อพร้อมตัวบุคคลในหลายพื้นที่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้พบตัวและดำเนินการตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว แต่อยากให้ กกต. เร่งติดตามคดีที่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัยพร้อมของกลางอื่นๆ โดยเร็วที่สุด
📌มีข้อร้องเรียนจำนวนมากว่ามีการใช้อำนาจรัฐแทรกแซงกระบวนการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ เช่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน การใช้ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองอื่นๆ พรรคเพื่อไทยจึงขอให้มีการตรวจสอบกรณีนี้อย่างตรงไปตรงมา
📌การจัดเลือกตั้งครั้งนี้ได้มีข้อร้องเรียนต่อการทำงานของ กกต. และกลายเป็นที่ถกเถียงกันในสังคมเป็นจำนวนมาก เช่น การนับคะแนนที่ไม่เปิดเผย กรณีบัตรเขย่ง การฉีกบัตรเลือกตั้งที่ผิดพลาดเกือบ 60 ใบ ความผิดปกติในการนับคะแนนบางเขตเลือกตั้ง และการใช้ดุลพินิจบัตรดี-บัตรเสียของเจ้าหน้าที่ กปน.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 3 ประเด็นนี้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการเลือกตั้งและระบอบประชาธิปไตย ซึ่งพรรคเพื่อไทยยืนยันว่าเป้าหมายของพรรคคือ “ความเป็นธรรม ไม่ใช่ความขัดแย้ง” จึงเรียกร้องให้ กกต. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใส เปิดเผยข้อเท็จจริงต่อสาธารณะ และมีกระบวนการพิจารณาสนองตอบข้อเรียกร้องประชาชน
ส่วนกรณีที่ประชาชนหลายพื้นที่เรียกร้องให้มีการนับคะแนนใหม่ พรรคเพื่อไทยมองว่าสามารถดำเนินการได้ ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดในกรณีมีข้อพิพาทในพื้นที่ต่างๆ และให้พี่น้องประชาชนเกิดความสบายใจมากขึ้น ทั้งนี้ หากมั่นใจในความบริสุทธิ์ ไม่ว่าจะนับกี่ทีก็ไม่มีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์จากการเลือกตั้ง
สุดท้ายนี้ พรรคเพื่อไทยยืนยันที่จะตรวจสอบติดตามการดำเนินการต่างๆ เพื่อยืนหยัดปกป้องสิทธิประชาชนและคะแนนเสียงของประชาชนทุกคะแนน