หลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กรณี บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ในบัตรเลือกตั้ง สส.เขต (สีเขียว) และบัญชีรายชื่อ (สีชมพู) กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมาก หลังจากมีข้อสังเกตว่า รหัสจากบาร์โค้ดบนบัตรสีชมพู จะสัมพันธ์กับต้นขั้วบัตรที่เจ้าหน้าที่ฉีกเก็บไว้หรือไม่ ซึ่งหากสัมพันธ์กันจริง ก็ทำให้ทราบได้ทันทีว่าบัตรใบดังกล่าวใครเป็นผู้ลงคะแนนให้พรรคใด
เมื่อวานนี้ (12 ก.พ.) กกต. ได้ชี้แจงต่อประเด็นนี้เอาไว้ว่า บาร์โค้ดดังกล่าวเป็นเพียงมาตรการ รปภ. สำหรับทราบว่าเป็นบัตรรอบไหน หน่วยใด ไม่ได้บอกว่าของพรรคการเมืองอะไร แต่เพื่อแสดงที่มาที่ไปว่าพิมพ์เมื่อไหร่อย่างไร
“ซึ่งบาร์โค้ด คือมาตรการรักษาความปลอดภัยชั้นดี ที่จะควบคุม รู้ได้เลยว่าที่ไปที่มาอยู่ไหนอย่างไร มิใช่ไปบอกว่าของพรรคไหนพรรคการเมืองไหน ไม่ใช่แน่นอน อันนี้ยืนยัน” ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาฯกกต. ชี้แจง
🧐มีไว้รักษาความปลอดภัย แต่ไม่ใช่กับบัตรทุกประเภท?
นรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ตั้งคำถามโดยอิงจากที่ กกต.บอกว่า บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งเป็นมาตรการควบคุมและรักษาความปลอดภัย แต่เหตุใดบัตรลงประชามติถึงไม่มีบาร์โค้ด และต้องการให้ทางกกต.ออกมาชี้แจง
ประเด็นดังกล่าวนี้จึงกลายเป็นคำถามที่ กกต. จะต้องชี้แจงต่อประชาชน เนื่องจากบัตรประชามติ สำหรับการโหวตเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กลับไม่มีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดใดๆ ปรากฎ ซึ่งหากเป็นเรื่องของการจัดการ ระบบรักษาความปลอดภัยในการส่งบัตรตามที่แจ้งในตอนแรก บัตรทุกประเภทก็ควรจะมีมาตราฐานเดียวกันหรือไม่
ขณะที่ทางด้าน สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. แสดงความเห็นถึงกรณีบัตรเลือกตั้ง และเรื่องต้นทุนการพิมพ์บัตรที่มีราคาสูง ซึ่งกระทำเพื่อให้สอดคล้องกับระเบียบการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตร ไม่ใช่เพื่อตรวจสอบย้อนหลัง พร้อมกับตั้งคำถามว่า “งานจะงอกหรือไม่ หรือจะเป็นอีกเรื่องที่ได้ย้ายที่นอน”