‘การแจ้งความของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อประชาชนที่ไปตรวจสอบการทำงานของ กกต. เข้าข่ายกลั่นแกล้งและข่มขู่ประชาชนหรือไม่?’
นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่ กกต. ตัดสินใจเดินหน้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีประชาชนที่ออกมาสังเกตการณ์การเลือกตั้ง ซึ่งล่าสุดมีการเปิดเผยรายชื่อบุคคลที่ถูก กกต. ดำเนินคดีแล้วจำนวน 6 ราย
ล่าสุด วันนี้ (27 กุมภาพันธ์) นรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย แสดงความเห็นว่า การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่นอกจากจะเป็นสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญแล้ว ยังเป็นไปตามนโยบายแห่งรัฐที่ต้องพึงส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบการใช้อำนาจ
นายกสมาคมทนายฯ อธิบายว่า การตรวจสอบของประชาชนไม่ถูกจำกัดโดยรัฐธรรมนูญและกฎหมาย อีกทั้งยังไม่ได้เป็นการขัดขวางการจัดการเลือกตั้งหรือละเมิดสิทธิเสรีภาพของ กกต. และผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จึงเป็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 25 วรรคหนึ่ง
นอกจากนี้ การตรวจสอบของประชาชนยังเป็นไปตามแนวนโยบายแห่งรัฐที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 78 ซึ่งมีความว่า “รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ฯลฯ การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ” ด้วย
“ดังนั้น การที่ กกต. ไปแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับประชาชนที่ตรวจสอบการทำงานของ กกต. จึงเป็นการกระทำที่น่าละอาย เพราะประชาชนมิได้ขัดขวางการเลือกตั้ง” นรินท์พงศ์ระบุในบันทึก พร้อมบอกว่า การกระทำของ กกต. จึงไม่เคารพสิทธิและเสรีภาพของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ทั้งยังเป็นผู้จ่ายภาษีเป็นเงินเดือนและค่าใช้จ่ายให้ กกต. ทำงาน
นายกสมาคมทนายฯ กล่าวว่า การกระทำของ กกต. จึงเข้าข่ายลักษณะเป็นการกลั่นแกล้งและข่มขู่ประชาชนให้เกิดความกลัวและหวาดระแวงในการใช้สิทธิในการตรวจสอบดังกล่าว ตลอดจนใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือปิดปากประชาชน แต่ประชาชนกลับไม่มีอำนาจถอดถอน กกต. เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้โกงเอาอำนาจของประชาชนไป
นอกจากนี้ ยังมีการประณามการกระทำของ กกต. และเรียกร้องให้สมาชิกรัฐสภาปกป้องสิทธิและเสรีภาพพร้อมกับคืนอำนาจให้กับประชาชน รวมถึงให้อำนาจในการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรต่างๆ ที่ใช้อำนาจประชาชนโดยมิชอบ