“ไปกินเฟรนช์ฟรายส์กันไหม?” 🍟🍟🍟🍟
กล่องเฟรนช์ฟรายส์สีแดงวางเรียงกันเป็นหอคอยต่อหน้าคนแปลกหน้าประมาณ 50 คน ที่กำลังพูดคุยกันอย่างออกรสราวกับเป็นเพื่อนกันมานาน สิ่งเดียวที่ยึดโยงกลุ่มคนเหล่านี้เข้าด้วยกันคือ ‘เฟรนช์ฟรายส์’ ตรงหน้า
ย้อนกลับไปในปี 2013 กลุ่มผู้เข้าร่วมงาน Comic World ในเกาหลีใต้ นัดรวมตัวกันที่ร้านแมคโดนัลด์ในปูซาน เพื่อนั่งกินเฟรนช์ฟรายส์ด้วยกัน และในปีนี้การรวมตัวนี้ก็กลับมาอีกครั้งและแพร่กระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดียและแอปฯ ขายสินค้ามือสองของเกาหลีใต้
#ยินดีต้อนรับเข้าสู่เฟรนช์ฟรายส์คลับ
สำหรับรูปแบบกิจกรรมการเข้าร่วมคลับนี้ก็ไม่มีพิธีอะไร แค่คนแปลกหน้ามารวมตัวกันที่ร้านฟาสต์ฟู้ด สั่งเฟรนช์ฟรายส์ถาดใหญ่ แลกเปลี่ยนเรื่องราวกันไปพลางกินเฟรนช์ฟรายส์กรอบๆ จากนั้นก็แยกย้ายกันไป โดย ไม่มีข้อผูกมัด ไม่มีค่าใช้จ่าย ไม่มีดราม่า ไม่มีค่าสมาชิก ไม่มีภาระผูกพันที่จะต้องกลับมาอีก และไม่มีข้อกำหนดให้เปิดเผยอะไรมากกว่าที่ต้องการ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งอะไร และต้องการความเรียบง่าย
แน่นอนว่าในปีนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดยแมคโดนัลด์เกาหลีใต้และแอปฯ สินค้ามือสอง โดยมีเฟรนช์ฟรายส์ให้กินแบบไม่อั้นและโค้กรีฟิลไม่อั้น สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับคัดเลือกมา จากผู้สมัครเกือบ 16,000 คน (ผู้สมัครส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัย 20-30 ปี) ผ่านการแข่งขันเฟ้นหาแฟนคลับเฟรนช์ฟรายส์ตัวจริง
หนึ่งในผู้เข้าร่วมบอกว่า ตนชอบกินเฟรนช์ฟรายส์มาตลอด แต่ไม่กล้าไปร่วมงานพบปะแบบจริงจังกับเพื่อนที่เจอกันในออนไลน์เลย งานแบบนี้จึงทำให้เขาสบายใจกว่า รู้สึกปลอดภัยกว่า เพราะจุดที่เชื่อมโยงกันจุดเดียวคือเฟรนช์ฟรายส์เท่านั้น
นอกจากกิจกรรมเฟรนช์ฟรายส์ ยังมีเทรนด์ที่พบเห็นในย่านต่างๆ ของเกาหลีใต้อย่างฮงแด ที่คาเฟ่ต่างๆ เริ่มพากันจัดกิจกรรมในเรื่องต่างๆ และก็จบได้ในวันเดียว
“หลังจากเรียนจบแล้ว ก็ไม่มีใครมาจัดการชีวิตสังคมให้กับคุณ คุณต้องออกไปพบผู้คนด้วยตัวเอง แต่เพื่อนๆ ของฉันก็มักจะบอกว่าพวกเขาไม่รู้ว่าจะไปเดท พบปะเพื่อน หรือผู้คนใหม่ๆ ได้จากที่ไหน” ผู้เข้าร่วมรายหนึ่งเล่าและบอกอีกว่า การรวมตัวแบบครั้งเดียวจบนี้สร้างโอกาสที่ไม่เสี่ยงมากเกินไป ถ้าได้เจอคนที่ดีก็เป็นโบนัส
จอง ด็อก-ฮยอน ผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาด้านวัฒนธรรม กล่าวว่า ความหลงใหลของคนรุ่นมิลเลนเนียล และเจนซีที่มีต่อการสังสรรค์กินเฟรนช์ฟรายส์นั้น มาจากการพบปะสังสรรค์ที่ไม่กดดัน การพูดคุยเล็กๆ น้อยๆ และการบอกลาอย่างเรียบง่าย เนื่องจากกิจกรรมเหล่านี้ไม่ได้มุ่งไปสู่เป้าหมายหรือข้อผูกมัดใหญ่โตใดๆ จึงตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่โหยหาการเชื่อมต่อที่เรียบง่ายที่สุด
“ดูเหมือนว่าคนรุ่นปัจจุบันจะชื่นชอบการโพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียแบบไวๆ เพื่อตามหาผู้ที่มีเป้าหมายเดียวกัน ซึ่งเมื่อสำเร็จแล้วก็จบไป และตอนนี้มันก็แตกแขนงออกไปเป็นกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ มากมาย เหมือนๆ กับรันคลับ แต่เปลี่ยนเป็นการกินอาหารร่วมกันแทน” จองกล่าว
อ้างอิงจาก