“เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องต่อสู้เพื่อป้องกันภาวะโลกร้อนที่เพิ่มขึ้นแม้เพียงเศษเสี้ยวขององศาเซลเซียส ทุกปีที่เราล่าช้า จะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสภาพอากาศสุดขั้วที่จะคร่าชีวิตผู้คนและทำลายวิถีชีวิต”
นี่คือคำเตือนจาก ฟรีเดอริเก ออตโต ศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศแห่งอิมพีเรียลคอลเลจ ลอนดอน ที่ทำการศึกษาผลกระทบของวิกฤตสภาพภูมิอากาศ
รายงานของ The Guardian ระบุว่า มินาสเจไรส์ เมืองผลิตกาแฟอาราบิการายใหญ่ในบราซิล ได้รับผลกระทบจากวิกฤติสภาพอากาศ โดยเฉพาะน้ำท่วมและดินถล่ม จนทำให้ผลผลิตกาแฟลดลง 15-20%
ถึงแม้จะเคยคาดหวังว่าผลผลิตจะกลับสู่ระดับปกติในปีนี้ แต่สภาพอากาศที่เปียกชื้นกว่าปกติในช่วงเดือนที่ผ่านมา ทำให้โรคต่างๆ ที่ระบาดในไร่กาแฟรุนแรงขึ้น
ด้าน กาเรธ เรดมอนด์-คิง จากหน่วยข่าวกรองด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ (Energy and Climate Intelligence Unit) ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า ต้นทุนของกาแฟบดในสหราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นประมาณ 1 ใน 4 ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผลกระทบจากสภาพอากาศที่รุนแรงต่อผลผลิตในบราซิลและเวียดนาม
“ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เลวร้ายลงไม่เพียงแต่คุกคามชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนในบราซิลเท่านั้น แต่ยังเพิ่มต้นทุนให้กับราคาสินค้าที่เราใช้จ่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตที่นี่ในบ้านเราด้วย ตั้งแต่ผักและผลไม้ ไปจนถึงอาหารสัตว์ที่เราเลี้ยงในสหราชอาณาจักร” เรดมอนด์-คิงกล่าว
อ้างอิงจาก