ในยุคที่ AI สามารถเลียนแบบเสียงของใครก็ได้ จนบางทีก็แทบแยกไม่ออกว่าเป็นเสียงจริงหรือปลอม แล้วกฎหมายจะคุ้มครองเจ้าของเสียงได้อย่างไรบ้าง?
ไม่นานมานี้ กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นได้จัดทำร่างรายงานที่เรียกร้องให้ ‘เสียง’ ของบุคคลที่มีชื่อเสียงได้รับความคุ้มครองเช่นเดียวกับรูปภาพ ในกรณีที่นำมาใช้กับ Generative AI
ที่ผ่านมา เราคงเคยเห็นตัวอย่างของการนำเสียงของบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น นักพากย์หรือนักร้อง ไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วนำไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างรายได้ เช่นเดียวกันในประเทศญี่ปุ่นที่กำลังพยายามแก้ไขปัญหาดังกล่าว
แต่เนื่องจากขณะนี้ ญี่ปุ่นยังไม่เคยมีกฎหมายหรือคำพิพากษาใดๆ ที่จะช่วยคุ้มครอง ‘เสียง’ โดยตรง กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่นจึงได้จัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญขึ้น เพื่อหารือเกี่ยวกับความผิดทางแพ่ง
สิ่งที่ตามมาคือ คณะผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้กำลังทำการสัมภาษณ์นักพากย์ และบุคคลที่มีชื่อเสียง พร้อมพิจารณากรณีต่างๆ อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อวางแผนกำหนดแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการคุ้มครองเสียง จากการนำไปใช้หารายได้ผ่าน AI ให้เร็วที่สุด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็วๆ นี้
ร่างแนวทางปฏิบัติดังกล่าวระบุว่า เสียงควรได้รับการคุ้มครองโดย “สิทธิที่จะไม่ถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งอ้างอิงมาจากสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ โดยแม้ขณะนี้ญี่ปุ่นจะยังไม่มีกฎหมายที่บัญญัติไว้เกี่ยวกับสิทธิในการเผยแพร่ภาพลักษณ์ แต่ก็เคยมีคำพิพากษาของศาลฎีกาเมื่อปี 2012
คณะผู้เชี่ยวชาญยังชี้ว่า การคุ้มครองต้องครอบคลุมเสียงที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันด้วย ไม่ใช่แค่เสียงที่เหมือนกับของจริงเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คงต้องรอการสรุปรายละเอียดอื่นๆ ต่อไป
จากการสำรวจขององค์กรไม่แสวงหาผลกำไรของญี่ปุ่น พบว่าในช่วงเวลาเพียง 2 เดือนนับตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนปี 2025 มีการอัปโหลดภาพและวิดีโอในโซเชียลมีเดีย ที่สร้างขึ้นโดยใช้ภาพลักษณ์หรือเสียงของคนดังในญี่ปุ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต กว่า 40,000 กรณี โดยองค์กรดังกล่าวประเมินว่า ความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากสิ่งที่เกิดขึ้น อาจสูงถึง 2-4.5 พันล้านเยน