ถ้ารู้ว่าบ้านหลังนี้เคยมีประวัติน่าสยดสยอง คุณยังจะกล้าซื้อหรือเช่าหรือไม่? สำหรับคนญี่ปุ่น คำถามนี้อาจไม่ใช่แค่เรื่องความเชื่อ แต่ยังส่งผลต่อราคาบ้าน ธุรกิจใหม่ๆ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเทศ
เล่าก่อนว่า คนญี่ปุ่นเรียกคือบ้านที่เคยมีคนเสียชีวิตจากสถานการณ์ที่น่าสะเทือนใจ เช่น การฆาตกรรม การฆ่าตัวตาย ไฟไหม้ หรือการตายอย่างโดดเดี่ยว ว่า ‘jiko bukken’ โดยบ้านประเภทนี้จะมีราคาต่ำกว่าราคาตลาดราว 10-50% (ขึ้นอยู่กับความน่าสยดสยองของการเสียชีวิตของผู้พักอาศัยคนก่อน)
ที่ผ่านมาหลายคนหลีกเลี่ยง jiko bukken เพราะมีความเชื่อเรื่องวิญญาณ โดยโอชิมะ เทรุ หรือนักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ เคยทำเว็บไซต์เพื่อระบุแผนที่บ้านประเภทนี้ทั่วประเทศ โดยทำเครื่องหมายบ้านแต่ละแห่งด้วยไอคอนรูปไฟ พร้อมคำอธิบายเกี่ยวกับการเสียชีวิตของเจ้าของคนก่อน
กระแสของบ้านที่มาพร้อมประวัติน่าสยดสยองนี้เอง ที่ทำให้ ‘บริการกำจัดผี’ ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในเวลาต่อมา ยกตัวอย่าง บริษัทคาจิโมเดะในโตเกียว ที่ให้บริการตรวจสอบ jiko bukken ด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อนและอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อค้นหาสิ่งเหนือธรรมชาติ และหากไม่พบสัญญาณใดๆ บริษัทจะออกเอกสารรับรองว่า บ้านหลังนั้นไม่มีผีสิง
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ บริการรับจ้างเฝ้าบ้านผีสิง โดยเจ้าของบ้านอาจจ่ายเงินสูงถึง 88,000 เยน (ราว 52,000 บาท) ให้คนไปนอนค้างคืนใน jiko bukken เพื่อให้พิสูจน์กับผู้ซื้อและผู้เช่าที่ลังเลใจอยู่ว่า บ้านเหล่านั้นปลอดภัยจากสิ่งเหนือธรรมชาติหรือไม่
แต่หลังจากที่สังคมญี่ปุ่นมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง หนึ่งในนั้นคือกรณี ‘การเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว (kodokushi)’ ซึ่งถูกกำหนดนิยามว่า เป็นการเสียชีวิตโดยลำพังและไม่มีใครสังเกตเห็นเป็นเวลาอย่างน้อย 8 วัน
ในปี 2025 การเสียชีวิตรูปแบบดังกล่าว ถูกพบมากกว่า 20,000 ราย ซึ่งมีผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ของประเทศนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม ในปี 2021 รัฐบาลญี่ปุ่นเคยออกแนวทางว่า เจ้าของบ้านที่มีการเสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
ในอีกมุม นิกิ ฮิเดโนริ ผู้บริหารบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นขาย jiko bukken ในเมืองโกเบ ระบุว่าตอนนี้ผู้เช่าจำนวนมากขึ้นกำลัง “พิจารณาเรื่องราคาและใช้แนวทางที่สมเหตุสมผล”
การสำรวจเมื่อเดือนมีนาคมเผยว่า ค่าเช่าสตูดิโอเฉลี่ยในใจกลางโตเกียวเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว นับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 22 ส่วนผลสำรวจในช่วงหลังมานี้ ก็ชี้ให้เห็นว่า ชาวญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้นกำลังพิจารณาที่จะอาศัยอยู่ใน jiko bukken
ด้านนักลงทุนก็สนใจบ้านประเภทนี้เช่นกัน เพราะตามกฎหมายแล้ว เจ้าของบ้านไม่จำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลการเสียชีวิตในบ้าน หลังจากเวลาผ่านไป 3 ปี ดังนั้น jiko bukken ที่ซื้อมาในราคาลดพิเศษ จึงสามารถสร้างกำไรได้หากขายต่อในราคาเต็มได้ในภายหลัง
ไม่ว่าผีจะมีจริงหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ jiko bukken ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเล่าสยองขวัญอีกต่อไป หากกลายเป็นภาพสะท้อนของสังคมญี่ปุ่น ที่กำลังเผชิญทั้งวิกฤตประชากร ค่าครองชีพ และตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังเปลี่ยนไป
อ้างอิงจาก