เมื่อพูดถึง ‘การ์ดเกม’ เราคิดถึงอะไรกันบ้าง? การจัดสำรับการ์ดมาดูเอลกัน การเปิดซองสุ่ม การหาซื้อการ์ดรายใบเพื่อใช้ในการจัดสำรับการ์ดที่ดีที่สุด หรือการสะสมการ์ดสวยหายากที่ถูกใจ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ ‘เทรดดิ้งการ์ดเกม (Trading Card Game: TCG)’ เป็นงานอดิเรกที่หลายคนอาจจะได้เห็นผ่านตากันมากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยกิจกรรมการแข่งขันที่จัดขึ้นตามห้างสรรพสินค้า หรือการขายซองการ์ดสุ่มในร้านค้าต่างๆ
แต่หากถามว่าเทรดดิ้งการ์ดเกมคืออะไร เริ่มต้นมาจากไหน เราก็ขออธิบายอย่างคร่าวๆ ว่า เทรดดิ้งการ์ดคือเกมที่ผู้เล่นต้องจัดสำรับการ์ด (Deck card) ตามกติกาของเกมการ์ดประเภทนั้นๆ และนำมาแข่งกับผู้เล่นอีกคนหนึ่ง โดยการ์ดเกมรูปแบบนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการ์ดเกม Magic: The Gathering ออกแบบโดย ริชาร์ด การ์ฟีลด์ (Richard Garfield) นักคณิตศาสตร์ชาวอเมริกาในช่วงปี 1993 ก่อนที่ประเทศญี่ปุ่นจะผลิตเทรดดิ้งการ์ดเกมในรูปแบบต่างๆ ออกมาไม่ว่าจะเป็น Yu-Gi-Oh!, Pokémon, Cardfight!! Vanguard หรือ One Piece ในเวลาต่อมา
จวบจนปี 2026 เทรดดิ้งการ์ดเกมมีให้เลือกลองเล่นไม่ต่ำกว่า 50 รูปแบบ ไม่เพียงเท่านั้น ความสนใจในตัวการ์ดเกมก็ไม่ได้จำกัดวงอยู่แค่กลุ่มคนที่เล่นเกมหรือดูการ์ตูนอีกต่อไป แต่ขยับขยายไปถึงกลุ่มนักสะสมและนักลงทุนอีกด้วย
อย่างข้อมูลจาก Collectors บริษัทแม่ของ PSA (สถาบันประเมินเกรดการ์ด) ระบุว่า ราคาการ์ดโปเกมอนพุ่งสูงขึ้น 282% ในช่วงปี 2004 – 2020 และยิ่งก้าวกระโดดถึง 1,350% นับตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา ซึ่งก็เกิดจากการที่กลุ่มคนที่ต้องการทำกำไรระยะสั้นและกลุ่มมหาเศรษฐี ลงมาสนใจวงการเทรดดิ้งการ์ดเกมในฐานะของสินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Asset) เพื่อปกป้องและสร้างความมั่งคั่งในตัวเองมากขึ้น
เมื่อเทรดดิ้งการ์ดเกมไม่ใช่แค่เรื่องของเกมหรือของสะสมอีกต่อไปแบบนี้ The MATTER เลยอยากชวนทุกคนไปพูดคุยกับคุณโจ้—กร พูนศิริวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ (CSO) ของ Binance TH และผู้อำนวยการของ Binance TH Academy ในฐานะนักสะสมโปเกม่อนเทรดดิ้งการ์ดเกม (Pokémon Trading Card Game) ถึงความน่าสนใจของสินทรัพย์ทางเลือกในรูปแบบของเทรดดิ้งการ์ดเกมกัน

คุณโจ้สนใจเทรดดิ้งการ์ดตั้งแต่เมื่อไหร่?
มีเพื่อนแนะนำ เมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ไปญี่ปุ่นเพื่อนก็ฝากซื้อการ์ดโปเกม่อน เราก็โอเคจะเอาใบไหน ยังคิดในใจเลยว่าต้องไปเดินร้านการ์ด ซึ่งตอนนั้นเราไม่ได้สนใจเลย ไปดูแล้วก็รู้สึกว่าใบที่เพื่อนฝากซื้อดูสวย เราก็โห ใบละพันกว่าเยนเลยเหรอ ทำไมราคาสูงจัง พอเห็นว่าสวย แล้วก็ชอบ ถูกใจ ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวเราซื้อบ้างดีกว่า พอดูเสร็จ เราก็การ์ดอะไร กระดาษใบละ 400-500 บาท 300 บาท เพื่อนก็บอกเอาๆๆ ฝากดูด้วยสภาพดีไหม พอดูเสร็จก็โอเค ซื้อมา คราวนี้พอซื้อมาก็ถามเพื่อนว่าใบนี้มันสำคัญหรอ เขาบอกว่าหาซื้อไม่ได้นะ ต้องไปซื้อที่ญี่ปุ่น ต้องเปิดซอง
พอเราได้ยินคำว่าเปิดซองเราก็เลยสนใจว่าเปิดซองแล้วมันจะได้การ์ดพิเศษอะไรเหรอ แล้วผมว่าด้วยความที่ทุกคนเป็นคนชอบลุ้นอยู่แล้ว เราก็เปิดซอง ไปซื้อซองมาเปิด ซื้อมาซองแรก 3 ซอง 4 ซอง 5 ซอง เปิดๆ ไปได้ใบพิเศษ โดยที่เราไม่รู้เลยว่าพิเศษหรือไม่พิเศษ
เลยเริ่มติดใจว่างานอาร์ตมันสวยๆ เยอะมากเลย เพราะการ์ดแต่ละใบก็จะมีศิลปินที่วาดไม่เหมือนกัน แล้วด้วยส่วนตัวเราก็จบศิลปะมาอยู่แล้ว เราก็เลยชอบ เริ่มมาตั้งแต่นั้น ซื้อมาเรื่อยๆ แล้วก็เปิดซองด้วย เก็บด้วย
ซื้อการ์ดจากทางไหนบ้าง?
ถ้าในประเทศไทยเรามีกลุ่มเพื่อนที่เราคุยอยู่ ก็จะมีคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญทางด้านการ์ดสมัยใหม่ อีกคนเชี่ยวชาญด้านการ์ดเก่าวินเทจ เราก็จะถามเขา เขาก็จะแนะนำว่าใบนี้ควรซื้อใบนี้ไม่ควรซื้อ ส่วนมากซื้อในเฟซบุ๊คกับคนรู้จักหรือไปงานการ์ด
ถ้าทุกคนสังเกตงานการ์ดเมื่อก่อน 4-5 เดือนครั้งหนึ่ง เดี๋ยวนี้อาทิตย์หนึ่ง 4-5 งาน แล้วคนเบียดกันแน่นมาก แน่นจริงๆ เด็ก ผู้ใหญ่ วัยอย่างพี่ก็มีเยอะมาก เป็นผู้ใหญ่เยอะด้วยซ้ำ เพราะโปเกม่อนมีมาหลาย 10 ปีแล้ว กลายเป็นว่าสมัยก่อนคนที่อยากได้แล้วไม่มีเงิน ปัจจุบันพอมีเงินก็เริ่มซื้อเก็บ
ส่วนเวลาไปญี่ปุ่นเราก็จะเสิร์ชหาก่อนว่าร้านไหนที่ขายของเก่า ร้านไหนขายของใหม่ ร้านไหนราคาถูก เขาบอกเวลาไปญี่ปุ่น เวลาเราเสิร์ชว่าจะไปร้านไหน ต้องไปเสิร์ชภาษาญี่ปุ่น อย่าไปเสิร์ชชื่อร้านเป็นภาษาอังกฤษ เพราะพวกนี้ไว้ขายนักท่องเที่ยวแล้วราคาสูง อันนี้ก็เลยเป็นทริคที่เวลาไปต่างประเทศเราก็ดูประมาณนี้ ก็ศึกษามา แต่ในเฟซบุ๊กเมืองไทยตอนนี้ไม่ต้องห่วงเลยมีเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งเป็นแสนคนที่คนซื้อกัน
ส่วนเปิดเป็นกล่องหรือซื้อเป็นทีละซอง ก็ซื้อทั้งกล่องและซื้อเป็นใบ อย่างกล่อง เวลาซื้อ 1 กล่องโอกาสที่จะออกใบ SR (Super Rare), UR (Ultra Rare) หรือ SAR (Special Art Rare) กล่องละใบ แต่ด้วยความที่ไม่ใช่ทุกใบจะเป็นในฮิต แม้แต่ SAR, SR หรือ UR ก็จะแค่บางใบ กล่องเนี่ยถ้าให้พูด ก็น่าจะเปิดเป็นร้อยๆ กล่องแล้ว ขาดทุนไหม ยับเยิน แต่ตอนเปิดเนี่ยด้วยความสนุกมากเลย พอเรามาเปิดกับเพื่อน เปิดเองเวลาลุ้น หรือเวลาทำงานมาเหนื่อยๆ แล้วกลับไปเปิดสักกล่องหนึ่ง ลุ้น แล้วก็เก็บไว้ถ้าได้ใบดีๆ ใบไม่ดีก็เก็บไว้
แต่ถ้าจะพูดเรื่องลงทุน ซื้อเป็นใบดีกว่า หรือซื้อกล่องแล้วเก็บ ปัจจุบันก็ซื้อกล่องแล้วเก็บเหมือนกันนะ เพราะว่าถ้าไปดูกล่องโปเกม่อนครบรอบ 20 ปี ซึ่งประมาณ 10 ปีที่แล้ว ตอนนั้นกล่องหนึ่งประมาณ 3,000 บาท ตอนนี้กล่องละแสนกว่าบาท คือซื้อกล่องเก็บบางครั้งก็คุ้ม เพราะว่าคนเขาก็มองว่าเป็นงานศิลปะ เป็นของเล่น เก็บไว้ตั้งโชว์ได้ด้วยกล่อง ส่วนการ์ดที่ซื้อเป็นทีละใบก็อย่างที่บอก ใบที่ชอบ ใบที่เราอยากได้จริงๆ แต่แนะนำว่าถ้าใครอยากจะลงทุน ซื้อกล่องเก็บ อย่าเปิดเอง หรือซื้อเป็นการ์ดที่เราคิดว่ามีมูลค่าแล้วเก็บไว้ดีกว่า
การ์ดใบแรกที่สะสม ที่ซื้อคือใบไหน?
การ์ดใบแรกที่ซื้อจริงๆ เลย รู้สึกจะเป็น ‘พิคาจูป่า’ ซึ่งมีอยู่ ตอนนั้นด้วยความที่พิคาจูเป็นคาแร็กเตอร์หลัก เราก็มองว่าเป็นตัวแรกที่เรารู้จัก ก็เลยไปหาดู แล้วก็เจอใบนี้ พิคาจูมันอยู่ในป่า มันแปลกดี ธรรมดารูปวาดมันจะสวยๆ ก็เลยซื้อมา ตอนนั้นซื้อมาประมาณ 200 บาท ปัจจุบันก็อาจจะอยู่ประมาณ 3,000–4,000 บาท
การ์ดใบไหนคือการ์ดที่ชอบที่สุด?
ใบที่ชอบที่สุดเป็นใบที่คนไม่ค่อยเห็นคนเล่นเท่าไหร่ เป็นโปเกม่อนที่ไม่ฮิตมาก แต่รู้สึกชอบใบนี้ เพราะว่าเราเลี้ยงสุนัข แล้วเรารู้สึกว่าใบนี้เหมือนลูกชายที่บ้านเราเลย ก็เลยมองว่าน่ารักมาก
โปเกม่อนตัวนี้ชื่อ ‘เดลวิล’ ร่างแรกของ ‘เฮลการ์’ โปเกม่อนสุนัขจากโลกนรก ใบนี้เป็นตอนที่เขายังเป็นร่างแรก เขาน่ารักมาก อยู่ในป่า ใบนี้เราหาซื้อเมืองไทยไม่มีเลย เราก็เลยไปดูใน eBay ญี่ปุ่น ก็ไม่มี สุดท้ายฝากเพื่อนที่ญี่ปุ่น เพื่อนเห็นพอดี แล้วใบนี้เกรด 10 พอดี ก็เลยซื้อมาประมาณ 20,000 กว่าบาท แต่รู้สึกชอบมาก ใบนี้สภาพดีมาก เกรด 10 นี่เป็นใบที่ชอบที่สุดในปัจจุบัน เอาวางไว้หน้าโต๊ะทำงาน ส่วนใบอื่นเก็บไว้ครับ

มีการ์ดใบไหนที่น่าสนใจอีกไหม?
อย่างใบนี้นะครับ‘ลิซาดอน’ เป็นหนึ่งในตัวที่แข็งแรงมากที่สุด แต่เขาจะมีทั้งหมด 3 ร่าง ‘ฮิโตคาเงะ’ ร่างแรกจะถูกเทรนเนอร์ตัวเองทิ้ง ชีวิตน่าสงสารมาก แต่โตมาเขาจะเก่งมาก
ลิซาดอนใบที่ออกมาครั้งแรกในปี 1999 รูปแบบก็ยังเป็นอย่างนี้อยู่นะ วาดโดยอาจารย์อาริตะ มิตสึฮิโระ (Arita Mitsuhiro) ใบนั้นเนี่ยตอนนี้ถ้า PSA 10 หลายล้านบาท ไม่ต้องพูดถึง หาไม่มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น ถ้ามีเงินก็ซื้อได้อยู่แล้ว แต่มันหายากมาก
ใบนี้เขาก็พิมพ์ใหม่ (reprint) ออกมาอีกรอบหนึ่ง ใช้อาร์ตของแบบเดิม แต่มันจะมีเขียนว่า 25 ปี ก็คือใบนี้ซื้อมาเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว ใบนี้เนี่ย สิ่งที่สำคัญที่ชอบมากก็คือ ตอนนั้นเรามองว่ามันออกมาเป็นพิมพ์ใหม่ของใบที่ดังที่สุด ตอนนั้นเปิดซองอยู่ที่ใบละ 120 บาท เราก็บอกเพื่อนว่า ไปซื้อสิ ซื้อสิ ตอนนั้นเพื่อนบอกไม่สนใจหรอก 120 บาท พอมันขึ้นมาประมาณ 3,000 บาท คนก็จะแบบ สูงไปแล้ว ไม่ซื้อหรอก
คราวนี้ใบเกรดตอนนั้นจาก 3,000 บาท ขึ้นมาเป็น 5,000 บาท เราก็บอก เฮ้ยต้องซื้อจริงๆ เชื่อดิ พวกใบลิมิเต็ดครบครอบ อาจารย์อาริตะวาด ใบของเก่ามันต้องขึ้นแน่นอน เพื่อนก็ยังไม่ซื้อ เราก็เลยตัดสินใจซื้อไปเลย 6,000 บาท ก่อนที่ราคาขึ้นไปถึง 30,000 บาท เพื่อนก็ยังมาถามอีก จะขึ้นอีกไหม ควรจะซื้อหรือยัง แล้วเพื่อนก็ซื้อไปใน ราคา 30,000 บาท พอเพื่อนซื้อไป 30,000 บาท ปุ๊บ ปัจจุบันร่วงลงมาเหลือ 25,000 บาท เพื่อนก็บอก เอ้า มาบอกซื้อทำไม ตอนนี้มันขาดทุน เราก็บอก เราก็มีวันรู้ แต่ถ้าเราซื้อไว้เก็บแล้วนานมากพอ มันก็จะขึ้นไปเอง ปัจจุบัน 25,000 บาท ถ้าใครกำลังอ่านบทความนี้อยู่ ลิซาดอน 25 ปี ควรจะซื้อไว้ ถ้ามีเงินนะ ไม่ใช่ไปยืมเงินใครมาซื้อ
การเกรดการ์ดคืออะไร?
เรื่องการเกรดการ์ดเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้ามาในโลกการเทรดการ์ดปัจจุบันแล้วอยากทำกำไร จะหาการ์ดที่สภาพดีๆ แล้วส่งไปเกรด เกรดบริษัทใหญ่ๆ ในโลกที่คนยอมรับเลยคือ PSA, Beckett และ CGC สามบริษัทนี้ แต่ถ้าเอายอมรับเยอะที่สุดคือ PSA
เกรด 10 นี่คือเพอร์เฟ็กต์เลยนะ แล้วเขาดูอะไรบ้างถึงจะได้เกรด 10 เขาจะให้จาก
- Corner ตรงขอบมีบิดเบี้ยวอะไรไหม
- Surface หน้าการ์ดมีรอยมีอะไรขูดขีดไหม
- Edge ขอบการ์ดทั้งหมด 4 ด้านมีจุดขาวไหม
- Centering ขอบที่อยู่รอบๆ การ์ด ทั้งด้านหน้าและด้านหลังเท่ากันหมดทุกด้านไหม
แล้วสิ่งพวกนี้มักเกิดจากโรงงาน ซึ่งโอกาสเกิดขึ้นเยอะมาก ถ้าขอบรอบการ์ดเท่ากันหมดทุกด้าน ก็จะได้คะแนนเยอะ ถ้าไม่เท่ากันทุกด้าน มีตำหนิ หรือจุดขาวตรงไหนก็จะถูกหักคะแนนไป เอาง่ายๆ เลยว่าถ้าการ์ดในนี้เกรด 10 ปัจจุบันอยู่ที่ 50,000 บาท แต่ถ้า 9 เมื่อไหร่ เหลือ 10,000 กว่าบาท พี่ว่าไอเดียเดียวกับพระเครื่องที่เขาบอกว่าถ้าองค์สมบูรณ์เป็นล้าน แต่ถ้าหักเหลือหลักหมื่น
อย่าง BGS Beckett เนี่ยเขาจะมี 10 ธรรมดาและก็มี 10 ดำ โดย 10 ดำเนี่ยเขาเรียกว่าเป็นเพอร์เฟ็กต์เกรดทุกอย่างเป๊ะหมด สมมติ 10 ธรรมดาใบละแสน 10 ดำใบละ 5 แสน ซึ่งหายากมากเพราะการ์ดจะต้องเหมือนเพชรที่เขาเรียกว่า Internally Flawless (IF) ไม่มีที่ติอะไรเลย
และบริษัทเกรดการ์ดก็มีอีกหลายแบบ อย่างบริษัทเกรดของญี่ปุ่น ชื่อ ARS ก็จะมีความสวยงามของกรอบ เขาจะมีป้ายเหล็ก และเกรดของญี่ปุ่นเขาจะใส่ไว้ข้างหลัง เพื่อไม่ให้รบกวนความสวยงามของการ์ด เพราะว่าอย่างพวกนี้คนมาดูเขาแบบ โอ้ การ์ดเกรด 10 ถ้าเป็น 9 คนก็ไม่สนใจ แต่ญี่ปุ่นเขาจะคิดอีกอย่าง เขาบอกว่า ให้สนใจความสวยงามของการ์ดก่อน ส่วนเกรดค่อยมาสนใจทีหลัง เขาก็เลยเอาเกรดไว้ข้างหลัง
อันนี้ก็แล้วแต่ว่าบริษัทเกรดเป็นยังไง ก็แนะนำว่าถ้าเราไปเปิดเองจากซองใหม่ๆ เนี่ย เราได้การ์ดดีๆ เราส่งไปเกรด เสียค่าเกรด 900 บาท โอกาสที่มันจะขึ้น 4-5 เท่า มีเยอะมาก

ตอนไหนที่รู้สึกว่าเทรดดิ้งการ์ดสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้?
นี่เป็นคำถามที่เจอบ่อยมากเลย เวลาเราไปพูดตามงานต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องการลงทุนหรืออะไรก็ตาม เรามองว่าทุกอย่างมันมีมูลค่าของมัน แต่สิ่งที่เราจะต้องดูให้ดีคือ มีคนนิยมมากแค่ไหน ต้องดูว่ามีประวัติศาสตร์มากแค่ไหน มีคนนิยม มีสภาพคล่อง (liquidity) เยอะแค่ไหน สภาพคล่องคือมูลค่าของสินทรัพย์ทั้งหมดในโลก
อย่างกการ์ดโปเกม่อนเนี่ย มีคนสะสมอยู่ตอนนี้ประมาณ 3 ร้อยล้านคน คิดดูสิ แต่ถ้ามีคนสะสมแค่ 3 หมื่นคน ไม่มีมูลค่าแล้ว เพราะมันก็มีการ์ดหลายๆ อย่าง ที่มีคนสะสมน้อยมาก แล้วก็ไม่ได้มีมูลค่าอะไรเลย เช่นกัน ทำไมคนถึงมองว่าเพชรมีมูลค่ามากเลย เพชรจริงๆ คือหินก้อนหนึ่ง ทองคือแร่ธาตุชนิดหนึ่ง แต่พอคนให้ค่าอะไรเยอะๆ สิ่งนั้นมันจะมีมูลค่า
ฉะนั้นการสะสมการ์ดพวกนี้เราก็มองว่า มันมีหนังเกี่ยวกับโปเกม่อนออกมาตลอด มีการ์ตูนออกมาตลอด เกมออกมาเท่าไหร่ก็ขายหมด การ์ดออกมาเท่าไหร่ก็ขายหมด มันมีเรื่องราวและมีแฟนคลับที่เยอะมากเหมือนกัน อันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่อยากจะมองว่า ทุกสิ่งมันมีค่าในตัวมันเองอยู่แล้ว แต่เราต้องดูว่า หนึ่ง สภาพคล่องเยอะไหม สอง มีคนที่สนใจเรื่องนี้เยอะไหม ซึ่งมันก็ใช้ได้กับทุกอย่างในโลก
ในฐานะที่เป็นนักสะสมและเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการลงทุน คิดว่าอะไรทำให้คนรุ่นใหม่สะสมการ์ดมากขึ้น?
จริงๆ ต้องมองว่าโลกเราปัจจุบันอยู่ในโลกของ AI, big data หรือโซเชียลมีเดีย ถ้าเราเห็นง่ายๆ เลย 2-3 ปีที่แล้ว ของเล่น blind box ตอนนั้นมูลค่าขึ้นไปเท่าไหร่ บางคนที่ไปซื้อๆ ตุนๆ เก็บไว้ขาย แล้วมีอีกช่วงโควิดที่เป็นตุ๊กตาหมีตัวใหญ่ๆ ตอนนั้นนี่ขึ้นไปตัวหนึ่ง 3-4 หมื่น ปัจจุบัน 7-8 พัน ยังไม่มีคนซื้อเลย มูลค่าของของพวกนี้ สิ่งที่สำคัญมันขึ้นอยู่กับไฮป์ หรือคนที่สร้างมูลค่ามันขึ้นมาด้วย ถ้าคอมมูนิตี้มันใหญ่ขึ้น คนพูดมากขึ้นทุกวัน อย่างใครก็ตามที่อ่านที่เราคุยกันวันนี้ เขาแบบ โห พี่โจ้บอกว่ามันดี มันน่าสนใจ เดี๋ยวออกไปซื้อบ้างซักซองหนึ่งเผื่อได้กำไร เพราะว่าคอมมูนิตี้มันกว้างขึ้น ข่าวสารรับมามากขึ้น
อะไรก็ตามที่มันมีข่าวสารเยอะๆ เนี่ย พอเรายิ่งฟัง ยิ่งเห็น เราก็แบบ ลองดูสักนิดหนึ่งแล้วกัน เผื่อเราจะได้กำไรกับเขาบ้าง พี่ว่าทุกคนใจรักจริงๆ ในวงการนี้ที่ซื้อมาตั้งแต่แรกๆ พี่ว่ามีไม่ถึง 3-4% ปัจจุบันที่เข้ามาเพราะมันเป็นไฮป์หมด แล้วไฮป์หมดก็คืออะไร ราคาทุกอย่าง สินทรัพย์ที่มันขึ้นได้เพราะความหายาก แล้วก็อุปทานน้อย ใบหายากคนก็ซื้อเก็บๆ ใครอยากได้ก็ต้องไปซื้อต่อในราคาแพง แต่ถ้าวันหนึ่งทุกคนที่เก็บ เก็บเยอะจนไม่มีคนซื้อแล้ว ราคาก็จะร่วงลงมา อันนี้ก็เลยบอกว่าถ้าใครต้องการที่จะสะสมหรือเก็บพวกนี้ต้องดูให้ดี ต้องศึกษาตลาดด้วยไม่ใช่อยากซื้อก็ซื้อ หรือถ้าเราชอบตัวไหน คิดว่าเราซื้อไปเก็บแล้วมีความสุข อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

5 ปีที่สะสมมา คิดว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจของการ์ดโปเกม่อนเป็นยังไงบ้าง?
มูลราคาของการ์ดโปเกม่อนทั้งหมดเท่าไหร่ ตอนนี้เป็นหมื่นล้านแล้วนะ ยิ่งเห็นคนดังเมืองนอกอย่าง โลแกน พอล (Logan Paul) ที่ตอนนั้นซื้อการ์ด ‘Pikachu Illustrator’ ไป จำไม่ได้แล้วประมาณเท่าไหร่ แต่น้อยกว่า 10 ล้านดอลล่า แต่ภายในปีเดียวขายไป 15 ล้านดอลล่า หลังจากนั้นทุกคนไฮป์ขึ้นมาหมดเลย
คือจริงๆ ต้องมองว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตอนนี้สูงขึ้นมาก สูงขึ้นหลายเท่าภายในเวลา 2-3 ปี และด้วยความที่การ์ดโปเกม่อนมันมีอายุมา 30 ปี สมัยก่อนเด็กๆ อาจจะยังไม่มีเงินซื้อ แต่ปัจจุบันคนที่เริ่มทำงานแล้ว เริ่มมีเงินซื้อ บางคนเราอยากกลับไปมีความรู้สึกแบบตอนเด็กๆ ที่รู้สึกว่าเราอยู่กับอะไรแล้วเราสบายใจ มันผูกพันกับเรา หลายคนก็เลยกลับไปดูการ์ตูน กลับไปซื้อของเก่าที่เรารู้สึกว่าเรามีความรู้สึกผูกพันอยู่
พวกนี้มันมีหลายคนมากเลยที่ตอนเด็กอาจจะไม่มีเงินซื้อ พอปัจจุบันมีเงินก็เริ่มมาซื้อ เริ่มมาเก็บตัวที่ชอบ เริ่มมาสะสม พี่ว่ามูลค่ามันไปได้อีกเยอะ เพราะว่าบริษัท Nintendo ก็ผลิตเกมมาไม่หยุดเลย ออกบ่อยมาก Pokémon Center เริ่มเปิดให้บริการในหลายประเทศรวมถึงที่จะมาเปิดในไทยช่วงปลายปีนี้อีก มันเป็นอะไรที่ช่วยกระจายความเข้าถึงได้เยอะมากเลย
ข้อดีของโปเกม่อนอย่างหนึ่งคือคาแร็กตอร์มีเยอะมาก เป็นร้อยๆ ตัวและมีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เรารู้สึกว่า เราสามารถไปผูกพันกับตัวใดตัวหนึ่งได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกหน้าตาหรือความเก่งของคาแร็กเตอร์นั้น เราก็จะเลยสามารถเข้าถึงเข้ามาได้ แต่ถ้ามันมีแค่ 10 ตัว ตัวเลือกมันก็จะน้อยไป ก็มีเป็นร้อยๆ ตัวเลย อย่างพี่เองก็ชอบเก็งกา หรือพิคาชูเองก็ชอบ คราวนี้ทำให้เรารู้สึกว่าใบนี้ออกมาอีกแล้ว ก็ต้องซื้อๆ ไป
มองวัฏจักรของวงการนี้เป็นยังไงบ้าง?
คิดว่าเหมือนกับสินทรัพย์การลงทุนทั่วไป ไม่มีอะไรที่ขึ้นตลอดเวลาและไม่มีวันลง ที่ดินอาจจะเป็นไปได้ แต่ที่ดินก็มีขึ้นและก็มีลงเหมือนกัน ถ้าเราพูดถึงในเชิงของโปเกม่อน ปีนี้ครบรอบ 30 ปีใช่ไหมครับ มันจะมีกล่องออกมาประมาณเดือนกันยา 30 ปี ซึ่งกล่องถ้าทุกคนได้เห็นแล้วสวยมากเลย ใบพิเศษมาก ราคากล่องนี่ขายอยู่ประมาณ 1,500 กว่าบาท แต่ปัจจุบันมีคนเปิดพรีออเดอร์ไปเป็น 10,000 บาทแล้ว แล้วคือเต็มหมดทุกที่ ก็เลยคิดว่าปีนี้น่าจะเป็นปีที่ไฮป์มากของโปเกม่อน แล้วสิ้นปีนี้พี่คิดว่ามันน่าจะขึ้นมาสูงสุด หลังกล่อง 30 ปีออกมาแล้วเนี่ย ส่วนมากมันจะลง เป็นวัฏจักรของเขา แล้วก็จะขึ้นไปใหม่ ก็เลยมองว่าก็มีขึ้นลงเป็นธรรมดา
คิดว่าเราสามารถออมการ์ดได้จริงไหม?
จะออมการ์ดได้จริงไหม เก็บไว้เป็นสินทรัพย์ได้จริงไหม แน่นอน ถ้าเราเชื่อในสินทรัพย์ใดสินทรัพย์หนึ่ง เราดูประวัติเขาดีกว่า ถ้าการ์ดโปเกม่อนมันอยู่มาได้ 30 ปีแล้ว อีก 5 ปีมันก็ไม่ตายไปไหนหรอก และที่สำคัญก็คือมีคนเข้ามาซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ไหม
ถ้าสมมติปัจจุบันมีคนที่สะสม 300 ล้านกว่าคน อีก 5 ปี ถ้าเหลือ 100 ล้านกว่าคนอันนั้นเราก็ต้องเอะใจนิดหนึ่งแล้ว แต่จำนวนคนที่สะสมมันมีขึ้นมากเรื่อยๆ จำนวนประชากรมากขึ้น เด็กที่เล็กๆ แล้วอยากได้ อย่างตอนนี้การ์ดมันแพงพอสมควรแล้วใช่ไหม ปัจจุบันเด็กอายุ 15-16 ปี อาจจะไม่มีเงินซื้อ อยากได้บ้าง แต่พอเข้า 30 ปีเขาก็หันมาซื้อใบที่เขารู้สึกว่า ฉันต้องมีแล้ว เพราะตอนเด็กฉันอยากได้มากเลย เพื่อมาชุบชูใจ ความรู้สึกในวัยเด็กอย่างใดอย่างหนึ่ง
ยังไงก็ไปต่อแน่นอน เพราะว่าทำเงินให้บริษัทได้ อันนี้ที่สำคัญ พอทำเงินให้บริษัทได้ ทำไม บริษัทก็จะต้องโปรโมท มีเกมออกมา มีหนัง มีอนิเมะออกมามันไม่มีทางตายไปหรอก Pokémon Center ที่เปิดขึ้นเรื่อยๆ อีก วันไหนที่คนไม่ไปต่อคิวเข้า Pokémon Center วันนั้นน่าจะเป็นวันที่น่าเป็นห่วง แต่ทุกวันนี้ไปล่าสุดซื้อตุ๊กตาตัวเดียวต่อไปชั่วโมงหนึ่ง อันนี้ก็เลยเป็นสิ่งที่คิดว่าไปต่อได้อีกไกล

ข้อควรระวังอะไรบ้าง ในการที่เราจะสะสมหรือออมการ์ด?
สิ่งที่เราควรจะระวังในการซื้อออมสินทรัพย์ทุกอย่าง ก็คืออย่าไปซื้อโดยที่เราไม่มีความรู้อะไรเลย อันนี้สามารถปรับใช้ได้กับทุกอย่างในชีวิต ถ้าเราไม่มีความรู้อะไรเลย แล้วเราไปลงทุน อย่างตอนนี้ให้ไปซื้อการ์ดอันอื่นที่ไม่ใช่โปเกม่อน ก็ไม่รู้เรื่องเลย แล้วการ์ดไม่ได้มีออกมาใบสองใบ เขาออกมาเป็นหมื่น เป็นพัน เป็นแสนใบ แล้วเราจะไปตามไล่ซื้อเขาโดยเราไม่รู้เลยว่าใบนี้ตลาดมันขึ้นหรือลง เพราะเราไม่ได้ตามข่าวอันนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว อย่าไปซื้อตามคนอื่น ซื้อในสิ่งที่เราชอบ อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ซื้อในสิ่งที่เรามีความรู้
แล้วก็ถ้าอยากจะลงทุน ก็ลงทุนในเงินที่เราไม่จำเป็นจะต้องรีบใช้ อันนี้เป็นสิ่งที่จะบอกทุกคนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นในสินทรัพย์อะไรก็ตาม ถ้าจะต้องรีบใช้เงิน แล้วคิดว่าซื้อวันนี้ พรุ่งนี้กำไร 5% แล้ว อันนั้นไม่มีจริงในโลก
เลยอยากจะบอกว่าให้ลงทุนในสิ่งที่เรารู้ ที่เราศึกษาให้ดี แล้วเรื่องเงินสำคัญที่สุด ถ้าเรามีเงินเหลือ หรือเรามีเงินเก็บที่เราคิดว่า 10% ของเงินเดือนเราทุกเดือน เราจะไปลงทุนอะไรบางอย่าง อาจจะไปลงทุนแบบ 5% ไปซื้อหุ้น 3% ไปซื้อพันธบัตรรัฐบาล 2% คุณไปซื้อการ์ดโปเกม่อนก็ได้ แต่ถ้าเราต้องเอาเงิน 50% มาซื้อ แล้วเราไปฟังเพื่อนมาบอก รู้เปล่า ซื้อมาเดือนที่แล้ว 5,000 บาท อาทิตย์ที่แล้วขายไป 10,000 บาท มันเกิดขึ้นได้ แต่มันไม่เกิดขึ้นกับเราแน่นอน เพราะว่าเราไม่ได้มาก่อนการ เราไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย อันนี้เป็นสิ่งที่จะต้องนึกไว้เสมอเวลาเราลงทุนอะไรก็ตาม
101 การสะสม ถ้าอยากเริ่มสะสมจะทำยังไง?
อย่างแรกเทรดดิ้งการ์ดเกมไม่ได้มีแค่โปเกม่อน มี One Piece มี Conan มี Locana Disney มีการ์ดฟุตบอล มีการ์ดเบสบอล มีเยอะมากมายไปหมด ให้เริ่มในสิ่งที่เราสนใจก่อน ถ้าเราสนใจโปเกม่อน เราไปซื้อโปเกม่อน สนใจ One Piece ชอบดูการ์ตูน One Piece ไปซื้อ One Piece สนใจเบสบอลไปซื้อการ์ดเบสบอล อันนั้นคือข้อที่หนึ่ง
ข้อที่สอง การเข้าถึงได้ (Accessibility) เราหาซื้อได้ง่ายแค่ไหน การ์ดเบสบอล การ์ดฟุตบอลเนี่ย บางใบหรือบางกล่อง หาซื้อได้ยากในประเทศไทย พอมีคนขายอยู่แค่ 2-3 เจ้า เขาก็จะอัพราคาขึ้นไปสูงมาก เพราะสภาพคล่องน้อย
อย่างที่สาม ไปดูและศึกษา ต้องชอบ ต้องมีความผูกพัน ถ้าไม่มีสิ่งนี้แป๊บเดียวก็เบื่อ เราต้องมีความผูกพัน ถ้าใครอยากสะสมโปเกม่อนก็ไปดูอนิเมะโปเกม่อน จริงๆ โปเกม่อนเนี่ย หลายครั้งพี่โพสต์ไปในโซเชียลมีเดียตัวเอง เพื่อนๆ หรือทุกคนบอก เฮ้ยพี่ ทำไมตัวนี้มันเป็นอย่างนี้ เห็นแล้วรู้สึกสงสารมันมากเลย เดี๋ยวไปซื้อการ์ดมันมาเก็บไว้ดีกว่า คือการ์ตูนมันมีประวัติศาสตร์มายาวนานมาก อย่าง One Piece ก็เหมือนกัน ถ้าใครไม่เคยอ่าน One Piece ตอนนี้มีไม่รู้กี่สิบ กี่ร้อยตอนแล้ว ลองไปอ่านดู พออินก็จะรู้ว่าคาแร็กเตอร์ตัวนี้มันเหมือนเราเลย มันมีปัญหาชีวิตเหมือนเราเป๊ะเลย เราชอบ เราผูกพัน เราอินกับมันมาก หรือไปเจอบางตัว ตัวนี้หล่อมาก ตัวนี้สวยมาก พอเรามีความรู้สึกร่วม เรารู้สึกว่าสิ่งที่เราเก็บมันมีมูลค่า ต่อให้มันจะขึ้นจะลง เราก็จะชอบอยู่ดี
101 เลยก็คือ สิ่งที่เราชอบก่อนว่าเราชอบสะสมแบบไหน เงินมีเยอะไหม เข้าใจสิ่งที่เราสะสมให้ดี ตลาดกว้างไหม เราไปเทรดกับเพื่อนคนไหนได้มั้ย เราไปอยู่ในคอมมูนิตี้ที่ถูกหรือเปล่า อันนี้เป็นสิ่งที่อยากจะแนะนำทุกคนไว้