ขนาดเราจะคุยกับเพื่อนในผับเสียงดังๆ ยังยาก ตะโกนแล้วตะโกนอีกบางทีก็ยังสื่อสารกันไม่รู้เรื่อง น้องโลมาเองก็มีปัญหาแบบนี้เหมือนกันนะ! ล่าสุด นักวิจัยเพิ่งเผยว่า เหล่าโลมาสื่อสารกันยากยิ่งขึ้น เพราะมลพิษทางเสียงเพิ่มขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ ของมนุษย์
พออยู่ในสถานการณ์ที่สื่อสารกันยาก ทำให้พวกมันต้องเปลี่ยนเสียงของตัวเอง จนคุยกันคล้ายกับตอนที่มนุษย์ ‘ตะโกน’ หากัน และนักวิจัยเผยด้วยว่า การพยายามสื่อสารกันด้วยการตะโกนก็ยังไม่พอให้พวกมันสื่อสารกันได้ดีดังเดิม
ปลาโลมาเป็นหนึ่งในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อาศัยการผิวปากและตำแหน่งเสียงสะท้อนเพื่อสื่อสารกับโลมาตัวอื่นๆ ทั้งเพื่อการสื่อสาร การหาอาหาร และการสืบพันธุ์ แต่ตอนนี้ การสื่อสารของน้องๆ กำลังถูกรบกวนจากมลพิษทางเสียงที่สร้างขึ้นโดยมนุษย์ เช่น เสียงจากการขนส่งทางเรือ เสียงจากการก่อสร้าง เป็นต้น
ซึ่งกลุ่มนักวิจัยเผยว่า หากพวกมันไม่สามารถสื่อสารกันได้ดีดังเดิม อาจสร้างผลกระทบอันตรายต่อโลมาได้
“ถ้ากลุ่มสัตว์ในป่าเสียความสามารถในการออกหาอาหารร่วมกัน มันจะสร้างผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพของพวกมัน” สเตฟานี คิง (Stephanie King) ผู้ร่วมงานวิจัย และรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย Bristol กล่าว
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ผ่านวารสารวิทยาศาสตร์ Current Biology โดยกลุ่มนักวิจัยศึกษาผลกระทบทางเสียงผ่านโลมาปากขวด 2 ตัวในทะเลสาบ ผ่านการติดแท็กเพื่อติดตามเสียงและการเคลื่อนไหว พร้อมมอบภารกิจให้ทดลองทำ เพื่อศึกษาพฤติกรรมและการส่งเสียง
จากการศึกษาทำให้ค้นพบว่า เมื่อโลมาเจอกับระดับเสียงที่เพิ่มขึ้นของกิจกรรมมนุษย์ น้องจะผิวปากดังขึ้นและนานขึ้นเป็นสองเท่า เพื่อสื่อสารกันภายใต้เสียงรบกวนต่างๆ ที่น่ากังวลใจก็คือ แม้โลมาจะพยายามส่งเสียงตะโกนหากันแล้ว ภารกิจที่ได้รับก็ยังทำได้ไม่สำเร็จ เรียกได้ว่ายิ่งเสียงดัง ภารกิจยิ่งล้มเหลว
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญได้ให้ข้อมูลว่า การที่โลมาไม่อาจสื่อสารกันได้เพราะมลพิษทางเสียงเป็นเรื่องที่น่ากังวล เพราะอาจนำมาสู่การพลาดโอกาสต่างๆ และอาจกระทบกับสุขภาพได้ และก็จะกระทบกับการเอาชีวิตรอดในเวลาของพวกมันในเวลาต่อมา
อ้างอิงจาก
https://www.bbc.com/news/science-environment-64235024
https://edition.cnn.com/2023/01/14/world/dolphin-shouting-human-noise-scn-trnd