ภาพ ‘โป๊ปฟรานซิส’ (Pope Francis) สวมเสื้อกันหนาวสีขาว คล้ายเสื้อโค้ต Balenciaga ดูเผินๆ คล้ายภาพคนดังสวมเสื้อผ้าไฮแฟชั่นทั่วไป แต่แท้จริงแล้ว ภาพนี้กลับเป็นภาพ AI ที่สร้างโดย Midjourney ที่เสมือนจริงจนทำให้หลายคนหลงเชื่อ – และทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเริ่มเป็นกังวล
ภาพนี้ถือว่า ‘ปลอม’ แท้ๆ Snopes เว็บไซต์ fact-checking ยืนยันแล้วว่า เป็นภาพที่สร้างโดย Midjourney และเริ่มปรากฏเป็นครั้งแรกใน subreddit r/Midjourney ของเว็บไซต์ Reddit ก่อนจะกลายเป็นไวรัลไปในโซเชียลมีเดียทั่วโลก (แม้แต่ในไทยเอง)
ส่วนเสื้อโค้ตสุดเท่นั้น The Washington Post ชี้เป้าว่า คล้ายกับเสื้อโค้ต Balenciaga Black Long CB Down Jacket ของผู้หญิง ($3,550) กับ Rick Owens Men’s Duvet Jumbo Peter Coat ($3,075) ซึ่งทั้งสองเป็นสีดำ แต่สำหรับบุคคลสำคัญอย่างพระสันตะปาปา เราก็คงจินตนาการได้ไม่ยากถ้าพวกเขาจะทำสีขาวให้โดยเฉพาะ
แต่ทำไมภาพนี้ถึงกลายเป็นไวรัลไปได้? Forbes สรุปเหตุผลที่น่าสนใจมาเป็นข้อๆ
- ภาพนี้ถือเป็นภาพที่ ‘ความเสี่ยงต่ำ’ (low-stakes) ไม่เหมือนกับภาพ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ถูกจับ ภาพนี้ไม่ใช่ภาพที่จะมาเปลี่ยนโลก คนไม่จำเป็นต้องสนใจมาเช็กว่าจะจริงหรือไม่จริง
- มันจินตนาการได้ไม่ยากถ้าบุคคลอย่างพระสันตะปาปาจะใส่เสื้อผ้าที่เป็นจุดสนใจ ในฐานะที่เป็นบุคคลที่ทั้งอยู่ในโลกของธรรมเนียมประเพณี และโลกของเซเลบสมัยใหม่ เช่นเดียวกับราชวงศ์อังกฤษ
- ยานพาหนะพระที่นั่งของโป๊ปฟรานซิสคือ ‘Popemobile’ ซึ่งก็มีความเฉพาะตัวในแบบของมันเองอยู่แล้ว ทีนี้ถ้าจะใส่เสื้อผ้าที่เฉพาะตัวแบบนั้นบ้างก็คงจะไม่แปลกอะไร
- จริงๆ แล้วภาพไวรัลนี้ บนทวิตเตอร์ถูกนำมาโพสต์คู่กับภาพโป๊ปฟรานซิสที่เป็นภาพจริง เช่น ภาพที่ถือไมโครโฟน หรือเซ็นรถลัมโบร์กินี พอมาอยู่ด้วยกัน ก็เลยมีความสมจริงขึ้นมา
- (แถม) คนชอบและตลกกับภาพที่ผู้สูงวัยที่เป็นที่เคารพนับถือ พยายามทำตัวอินเทรนด์
แต่ด้วยความที่มันเป็นไวรัลทั้งๆ ที่เป็นภาพปลอมนี่แหละ ก็ทำให้หลายฝ่ายออกมาแสดงความกังวล พร้อมตั้งคำถามว่า คนทั่วไปพร้อมแล้วหรือ กับการมาของการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ที่เพิ่มขึ้นระลอกใหม่ ด้วยการสร้างภาพและข้อมูลโดย AI?
The Washington Post ชี้ว่า การที่คนหลงเชื่อภาพของพระสันตะปาปาภาพนี้ ยิ่งทำให้เห็นชัดเลยว่า AI สามารถถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างโฆษณาชวนเชื่อได้อย่างไร รวมถึงอาจนำมาใช้เป็นอาวุธบั่นทอนเสถียรภาพในสังคมได้
ทางด้าน เจมี โคเฮน (Jamie Cohen) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านสื่อสารมวลชน ควีนส์คอลเลจ (Queens College) ในนิวยอร์ก บอกว่า เทรนด์ของการสร้างภาพที่ไม่จริง แต่ดู ‘สมจริงพอให้เชื่อ’ มีอันตรายของมันอย่างชัดเจน สิ่งที่จำเป็นต้องมีต่อไป คือ การสร้างทักษะการรู้เท่าทัน AI หรือ ‘AI literacy’
เช่นเดียวกับ อาร์วินด์ นารายานัน (Arvind Narayanan) ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน (Princeton University) ที่ศึกษา AI ซึ่งชี้ว่า แพลตฟอร์มอย่าง Twitter, Instagram และ Reddit จำเป็นต้องพัฒนาเครื่องมือเพื่อให้สามารถแปะป้ายได้อย่างรวดเร็วว่าอะไรคือข้อมูลเท็จ
“ไม่ต้องบอกเลยว่า ต่อไปเราจะไม่สามารถทึกทักเอาได้แล้วว่าภาพไหนคือภาพจริง เพียงเพราะมันดูสมจริง” นารายานันกล่าว
ส่วน โจเอล โกลบี (Joel Golby) คอลัมนิสต์ของ The Guardian เขียนบทความอย่างติดตลกว่า ‘จุดพลิกผัน’ (turning point) ได้เกิดขึ้นแล้ว เพราะแม้แต่ ‘คนรุ่นอินเทอร์เน็ต’ (โกลบีอายุ 35 ปี) ก็ยังถูกหลอกในโลกออนไลน์ได้ เมื่อก่อนเขาเคยขำคนแก่ที่ถูกข้อมูลเท็จออนไลน์หลอกลวง แต่วันนี้กลับโดนโป๊ปในชุดโค้ตเล่นเสียแล้ว
สิ่งที่โกลบีเสนอ คือ ต้องรีบทำให้ ‘การไม่ไว้วางใจในสิ่งต่างๆ ในฐานะสิ่งแรกที่จะทำ’ (being sceptical of things by default) กลับมาเป็นสิ่งที่ดูเท่ในสายตาคนอีกครั้ง มิฉะนั้นต่อไปเราจะต้องประสบกับปัญหาเช่นนี้กันอีกอย่างใหญ่โต
อ้างอิงจาก