จะเป็นอย่างไร หากมีการกำหนดว่าเด็กห้ามเข้า เพื่อรักษาบรรยากาศในร้าน?
จากการสำรวจในเกาหลีใต้พบว่า มีสถานที่อย่างน้อย 500 แห่ง (ไม่รวมสถานที่ที่ห้ามเด็กเข้าอยู่แล้ว อย่างบาร์หรือคลับ) ที่เจ้าของร้านกำหนดให้เป็น ‘เขตปลอดเด็ก’ หรือ ‘no-kid zone’ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะกำหนดห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีเข้าใช้บริการ โดยเขตนี้ สามารถพบได้ในหลายๆ พื้นที่ของเกาหลีใต้ ทั้งย่านฮงแด ย่านคังนัม เกาะเชจู และเมืองปูซาน
นอกจากนี้ ผลสำรวจชาวเกาหลีใต้ 1,000 คน เมื่อปี 2021 ยังพบว่า 71% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าเป็นสิทธิของเจ้าของธุรกิจที่จะห้ามเด็กเข้าไปในสถานที่ของตน และมีเพียง 17% เท่านั้นที่กล่าวว่านโยบายดังกล่าวเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
เขตปลอดเด็กนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในเกาหลีใต้เท่านั้น แต่ในหลายๆ ประเทศอย่างสหรัฐฯ สหราชอาณาจักร แคนาดา หรือเยอรมนีเองก็ยังสามารถพบพื้นที่ที่ระบุห้ามเด็กเข้าใช้บริการ
รวมไปถึงในบางสายการบินอย่าง เจแปนแอร์ไลน์, มาเลเซียนแอร์ไลน์ หรือสายการบินของอินเดีย อย่างอินดิโกก็มีตัวเลือกสำหรับผู้โดยสารที่ไม่อยากนั่งใกล้กับเด็กเล็กหรือทารก อีกทั้ง ในห้องสมุดหรือพิพิธภัณฑ์บางแห่ง ก็ยังมีการกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้เข้าชมเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อกำหนดดังกล่าวก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียงในกันวงกว้าง โดยทางฝ่ายที่สนับสนุนก็มองว่า เจ้าของธุรกิจมีสิทธิ์ที่จะควบคุมบรรยากาศของร้านตัวเอง แต่ฝ่ายที่เห็นต่างก็มองว่าข้อกำหนดเหล่านั้น เป็นการตีตราเด็กและการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กในการอยู่ในที่สาธารณะ
เมื่อมองย้อนกลับไปถึงสถานการณ์ที่อัตราการเกิดลดลงอย่างต่อเนื่องทั่วโลก เฮก แชนเซล (Heike Schanzel) ศาสตราจารย์ด้านการบริการและการท่องเที่ยว จาก Auckland University of Technology ในนิวซีแลนด์ ระบุว่า การสร้างเขตปลอดเด็ก ต้องมีการตัดสินใจอย่างรอบคอบ เพราะสิ่งนี้ อาจยิ่งทำให้คนตัดสินใจไม่อยากมีลูกมากขึ้น
เช่นเดียวกับ อูฮเยยอง นักสังคมวิทยาที่ศึกษาประเด็นครอบครัวจาก Portland State University ในสหรัฐฯ ก็ยังกล่าวถึงประเด็นการกำหนดเขตปลอดเด็กในเกาหลีใต้ที่เป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดน้อยที่สุดในโลกว่า เกาหลีใต้มีเขตดังกล่าวมาประมาณ 10 ปีแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นจากบริบททางสังคมที่พบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ปกครองในร้านอาหาร เช่น ทิ้งผ้าอ้อมและปล่อยให้เด็กวิ่งไปมา
ในขณะเดียวกัน อูฮเยยองก็ยังมองว่า เขตปลอดเด็ก เป็นการผลิตซ้ำความคาดหวังทางเพศให้ผู้หญิงต้องเลี้ยงดูลูกอยู่บ้านและกีดกันเด็กออกจากพื้นที่สาธารณะอีกเช่นกัน
ส่วนทางด้าน ธุรกิจที่มีเขตปลอดเด็ก ก็แย้งว่าพวกเขากำลังให้ผู้ปกครองได้หยุดพักจากการเลี้ยงลูก เช่น Old Barracks Roastery ร้านกาแฟในไอร์แลนด์ ระบุว่าพวกเขาต้องการให้ ‘เวลาส่วนตัว’ กับผู้ใหญ่ เพื่อให้พวกเขาสามารถใช้เวลาเพียงชั่วครู่ไปกับการผ่อนคลาย
รวมไปถึงในประเทศไทย ก็เคยมีการออกมาแชร์ความเห็นว่าพวกเขารู้สึกไม่ชอบใจเด็กเล็กที่ร้องไห้ ส่งเสียงดัง หรือบางครั้งก็วิ่งเล่น กระโดดอีกเหมือนกัน
ถึงอย่างนั้น หลายคนก็รู้สึกว่าควรมีวิธีที่ดีกว่านี้ในการจัดการสภาพแวดล้อมสาธารณะ ธุรกิจต่างๆ สามารถห้ามพฤติกรรมที่ดังและรบกวนจิตใจได้ เช่น จอห์น วอลล์ (John Wall) ศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก จาก Rutgers University ที่มองว่านโยบายดังกล่าวละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ เนื่องจากกฎหมายระบุว่าห้ามเลือกปฏิบัติกับผู้คนเป็นการทั่วไป รวมถึงยังห้ามเลือกปฏิบัติเพราะอายุ
อย่างไรก็ดี ในประเด็นข้อถกเถียงเรื่องเขตปลอดเด็กในเกาหลีใต้ มีรายงานว่า สภาจังหวัดของเกาะเชจูกำลังวางแผนทบทวนในประเด็นทางกฎหมายของข้อกำหนด ‘เขตปลอดเด็ก’ ในวันที่ 19 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ แล้วถ้าหากร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่าน ก็จะทำให้เชจูกลายเป็นจังหวัดแรกของเกาหลีใต้ที่จะมีการยกเลิกเขตปลอดเด็กทั้งเกาะ
อ้างอิงจาก