ในแผนที่ร่างกายไล่เรียงตั้งแต่หัวลงมา เรารู้ดีว่าเท้าอยู่ต่ำสุด แต่ในแผนที่ความปรารถนา กลับอยู่สูงสุดกว่าอวัยวะอื่นใด
เมื่อมีคำถามว่าส่วนไหนในร่างกายที่มันเย้ายวนชวนปรารถนา ดวงตาสื่ออารมณ์ ปากเย้ายวน ไหล่ สะโพก ส่วนโค้งเว้า คำตอบเหล่านี้เรากล้าตอบออกไปอย่างไม่เคอะเขิน แต่บางพื้นที่แม้จะเย้ายวนใจแค่ไหน ก็ไม่กล้าพูดออกไป รู้สึกว่ามันน่าอาย กลัวใครๆ ไม่ยอมรับ ในรสนิยมนี้
เท้าแนบชิดกับพื้นทั้งยามยืน ยามนั่ง ทำให้เราจดจำว่ามันสกปรก เป็นของต่ำไม่ควรยกขึ้นสูง ไม่ควรใกล้ ไม่ควรชี้ไปที่ใคร แต่ในยามเริ่มเกมรัก เท้าคู่นั้นอยู่สูงต่ำสลับกันบนขากำไขว่ห้าง กลับยิ่งปรารถนาเข้าไปใกล้ ให้ใบหน้าแนบชิด ประทับจุมพิตลงไป แต่ใครจะรู้ว่าเจ้าของเท้าคู่นั้น เขาจะตอบสนองแบบไหน จะปล่อยให้เป็นไปตามสถานการณ์หรือชักเท้ากลับด้วยอารามตกใจ
ไม่ต้องอายหรอกนะ เพราะท่ามกลางเฟติชมากมายหลายอย่าง ‘เท้า’ เป็นเฟติชที่ผู้คนคลั่งใคล้มากที่สุด

ต่ำสุดในร่างกาย สูงสุดในความปรารถนา
มาเริ่มทำความเข้าใจความรู้สึกนี้ในใจของเรากันก่อน หากรู้สึกว่าเรามีความเสวซ่านกับอะไรแปลกๆ แบบห้ามใจไม่ไหว มันไม่ใช่เรื่องผิดที่ต้องหลบไว้ในลิ้นชักลึกสุดใจหรอกนะ เพราะคนส่วนใหญ่ต่างมีเฟติชในใจตัวเองกันทั้งนั้น คำว่า ‘เฟติช’ (Fetish) มันคือความปรารถนาทางเพศที่มีต่อวัตถุ อวัยวะ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นพิเศษ อาจเป็นของใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เช่น รองเท้าส้นสูง ชุดเครื่องแบบ แว่นตา อวัยวะที่ไม่เกี่ยวข้องกับจุดเสว อย่างเท้า รักแร้ ใบหู หรือส่วนประกอบอื่นๆ ในร่างกาย เช่น รอยสัก เหงื่อ ฉี่ (สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ )
ในบทความนี้เราจะพาสำรวจเฟติชเจาะจงลงไปที่ Foot Fetish ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้อวัยวะเบื้องล่างกลับสร้างความปรารถนาได้ไม่รู้จบ
เราอาจเรียกคนที่มีความหลงใหลในเท้าอย่างลำลองว่า Foot Fetish แต่จริงๆ ก็มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า Podophilia คือกลุ่มคนที่รู้สึกพึงพอใจทางเพศเมื่อเห็นเท้า ซึ่งแต่ละคนอาจถูกกระตุ้นทางเพศด้วยลักษณะที่ต่างกันไป บางคนชอบรูปร่างของเท้า นิ้วเท้า บางคนชอบความต่ำต้อยของมัน บางคนชอบกลิ่น อาจเป็นได้ทั้งเท้าที่สะอาดหรือสกปรก เท้าเปลือยเปล่า เท้าสวมส้นสูง ถุงเท้า หรือถุงน่อง ทั้งหมดทั้งมวลนี้ล้วนอยู่ใต้ร่มเดียวกัน
ด้วยความเฉพาะตัวในความชอบ ทำให้หลายคนสงสัยว่าสิ่งนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือต้องมีเหตุการณ์อะไรไปกระตุ้นให้เกิดหรือเปล่า อาจจะต้องตอบว่า แม้จะมีผู้เชี่ยวชาญสนใจศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ก็ยังไม่มีทฤษฏีที่ชี้ขาดแน่นอน แต่ทฤษฎีที่มักถูกนำมาอธิบายเรื่องนี้บ่อยที่สุดคงจะเป็น ‘ทฤษฎีจิตวิเคราะห์’ เห็นชื่อทฤษฎีก็รู้แล้วว่ากำลังพูดถึง ซิกมุนด์ ฟรอยด์ (Sigmund Freud) บิดาแห่งจิตวิเคราะห์ เขามีแนวคิดหลายอย่างเกี่ยวกับที่มาของความหลงใหลทางเพศ โดยทฤษฎีหลักมักอ้างถึงเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นในวัยเด็ก ทำให้โตมามีความหลงใหลทางเพศกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นตอนนั้น สิ่งนี้จึงไม่ได้อธิบายแค่ความหลงใหลในเท้าอย่างเดียว แต่อธิบายถึงเฟติชอื่นๆ ด้วย

วิลายานูร์ รามจันทรัน (Vilayanur Ramachandran) นักวิทยาศาสตร์ด้านประสาทวิทยา เชื่อว่าความหลงใหลในเท้าอาจเกิดขึ้นจากความผิดพลาดลวงตาเล็กๆ น้อยๆ ในสมองของเรา เนื่องด้วยส่วนของสมองที่ประมวลผลอารมณ์ทางเพศ อยู่ติดกับส่วนของสมองที่ประมวลผลความรู้สึกจากเท้า อาจมีบางครั้งที่การทำงานของทั้งสองส่วนเกิดขึ้นพร้อมกัน เลยทำให้เราเข้าใจว่าเมื่อถูกกระตุ้นที่เท้าทำให้เราเกิดความพึงพอใจทางเพศไปด้วย
อีกหนึ่งทฤษฎีที่น่าสนใจจาก จัสติน เลห์มิลเลอร์ (Justin Lehmiller) นักวิจัยจาก Kinsey Institute มองว่าความชอบทางเพศเหล่านี้เป็นพฤติกรรมที่เรียนรู้ในภายหลังและสามารถเรียนรู้ได้เรื่อยๆ เรื่องของเท้าก็ด้วย สมมติว่าเราถูกกระตุ้นอวัยวะเพศด้วยเท้าโดยไม่ทันตั้งตัว ไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน หากเราเกิดประทับจิตประทับใจกับมันแม้เพียงเสี้ยวเดียว จนทำให้เราถึงจุดสุดยอดแบบเต็มข้อยิ่งขึ้น (จากการกระตุ้นครั้งนี้) สิ่งนี้อาจกลายเป็นประสบการณ์เชิงบวกที่กลายเป็นรากฐานความหลงใหลและต้องการทำซ้ำต่อไป (หรือว่าง่ายๆ ก็ติดใจนั่นแหละ)
เท้าคู่นั้นเป็นของฉันได้หรือเปล่า
หากมีความต้องการลับๆ ในใจ ไม่ว่าจะอยากเป็นฝ่ายควบคุมหรือถ่ายถูกกระทำ เฟติชเป็นอีกกิมมิกในเซ็กซ์ที่สามารถบอกเล่า ต่อรอง ทำความเข้าใจไปพร้อมกันได้ อาจเริ่มต้นจากการพูดคุยว่าอีกฝ่ายมีความเข้าใจเรื่องนี้แค่ไหน ค่อยๆ เล่าเรื่อง เริ่มทดลองไปทีละน้อย ค่อยๆ ไต่ละดับทีละขั้น อย่าลืมให้ความสำคัญกับความยินยอมพร้อมใจของอีกฝ่าย
อาจเริ่มจากอะไรที่เป็นกลางอย่างการนวดเท้าให้กันก่อน หากรู้สึกว่าไปต่อได้ ลองใช้เท้าลูบไล้บนร่างกาย หากยังรู้สึกตื่นเต้นเป็นประสบการณ์แง่บวก สามารถไปต่อขั้นฮาร์ดคอร์ได้ ทั้งการจุมพิต โลมเลียนิ้วเท้า หรือ foot job ใช้เท้ากระตุ้นอวัยวะเพศอีกฝ่ายจนเสร็จ
เมื่อบางสิ่งถูกผลักไปอยู่ชายขอบ ความใคร่ก็ทำหน้าที่เหมือนนักสำรวจ ค่อยๆ เลาะเลียบเข้าไปหาสิ่งต้องห้ามนั้น ความตื่นเต้นจึงไม่ได้อยู่ที่รูปทรงของนิ้วหรือส่วนโค้งของฝ่าเท้าเท่านั้น แต่อยู่ที่การข้ามเส้นบางๆ ระหว่างสิ่งที่สังคมบอกว่าไม่ใช่พื้นที่แห่งความปรารถนากับสิ่งที่ร่างกายตอบสนองตามสัญชาตญาณ
ความใคร่ในเท้าอาจไม่ใช่แค่เรื่องของอวัยวะที่เซ็กซี่สำหรับคนบางกลุ่ม แต่ปะปนไปด้วยเรื่องของอำนาจ การยอมจำนน มันพลิกความสัมพันธ์เชิงสัญลักษณ์จากสิ่งที่ถูกเหยียบย่ำ กลายเป็นสิ่งที่ถูกเทิดทูน และในจังหวะที่ความต่ำต้อยพลิกกลับมาเป็นความเร้าใจนั้นเอง เราอาจได้เห็นธรรมชาติของความปรารถนา ที่ไม่ได้เดินตามความเหมาะสมเสมอไป แต่เดินตามแรงดึงดูดของข้อห้ามและความหมายที่เราร่วมกันสร้างขึ้นต่างหาก
อ้างอิงจาก
What is a foot fetish? The science behind it
Foot Fetish: What Enthusiasts Want You To Know