ดูเหมือนจะเป็นประเด็นที่เวียนมาในทุกๆ หลายปี คือการพูดคุยถกเถียงว่า ในโลกที่เรากำลังพูดถึงเทคโนโลยี พูดถึงการมาถึงของเอไอ ปัญญาประดิษฐ์ พูดถึงความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ การวิจัย และช่วงนี้เองไทยเราก็เริ่มพูดถึงประเด็นเรื่องการศึกษา การปฏิรูปการศึกษา ‘การพัฒนาทักษะ’ ของคนรุ่นต่อๆ ไป หรือคนรุ่นปัจจุบัน ให้ตามทันต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงไป
ในโลกที่ทุกวันเราได้ยินแต่คำว่าเอไอ มองเห็นวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้าเป็นหมุดหมายที่เราต้องเดินไปข้างหน้าในทุกๆ วัน มนุษย์เช่นเราเองก็ต้องพยายามตอบคำถามว่าในโลกที่เทคโนโลยีกำลังเข้าแทนที่ทุกอย่าง มนุษย์แบบเราจะอยู่ตรงไหน และศาสตร์สาขาที่เป็นอีกฟากของวิทยาศาสตร์ อย่างศาสตร์ของมนุษย์- มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาที่เราเรียกกันอย่างลำลองว่าสายศิลป์ จะอยู่ตรงไหน ยังสลักสำคัญอยู่ไหม
คงด้วยกระแสนี้เองทั้งการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วที่ทำให้คนแบบเราๆ สงสัยในทักษะ ในบทบาท กระทั่งในความหมายของการดำรงอยู่ในฐานะมนุษย์ รวมถึงมุมมองต่อศาสตร์สาขาที่ไม่ใช่เทคโนโลยี ในสังคมวิชาการระดับโลกได้เกิดกระแสแคมเปญชื่อ #TalkAboutHumanities คือการเชิญชวนให้ผู้คนทั้งคนในพื้นที่วิชาการ คนสายศิลป์ องค์กรหรือใครก็ตาม
ร่วมกัน ‘พูดถึง’ ว่า
เราต้องการมนุษยศาสตร์และสังคมอีก
ศาสตร์รวมถึงนักคิด นักวิจัย และการเรียนรู้ทั้งนักมนุษยศาสตร์และนักสังคมศาสตร์ยังสลักสำคัญ
อีกทั้งยังเป็นอีกหัวใจในการอยู่ในโลกที่มีวิทยาศาสตร์และความก้าวหน้า
#TalkAboutHumanities ส่งเสียงเพื่อสายศิลป์
โปรเจ็กต์ #TalkAboutHumanities ริเริ่มโดย The American Council of Learned Societies องค์กรที่ขับเคลื่อนวงวิชาการด้านสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ซึ่งพูดเรื่องความรู้เป็นประโยชน์สาธารณะ จริงๆ โครงการ #TalkAboutHumanities ก็เป็นโครงการตรงไปตรงมาคือชวนให้คนในพื้นที่มนุษยศาสตร์และสังศาสตร์ (Social Science) ออกมาร่วมกันส่งเสียงผ่านโซเชียลมีเดียว่า ทำไมศาสตร์หรือสาขาต่างๆ ของเรายังสำคัญ
ตัวโครงการค่อนข้างพร้อมที่จะสร้างเป็นกระแส คือมีการกำหนดแฮชแท็ก วางแนวทางข้อแนะนำในการโพสต์ เช่น ประกอบด้วยว่า เราพูดในฐานะสาขาไหน เพราะอะไรถึงสำคัญ กระทั่งมีแคนวาให้ไปทำกราฟิก วางข้อความประกอบ มีแนวทางการโพสต์วิดิโอ รวมถึงมีระยะเวลาในการโพสต์ ซึ่งเขาวางแนวทางไว้ในวันที่ 13-17 เมษายนที่ผ่านมา
สิ่งที่สนุกของโปรเจ็กต์นี้คือการที่เราไปตามดูว่า ในองค์กร ภาควิชา หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับมนุษยศาสตร์ อธิบายตัวเองว่าอย่างไร ซึ่งความน่าสนใจคือ สาขาต่างๆ นั้นต่างก็สรุปนิยามความหมายของการมีอยู่ของศาสตร์สาขาตัวเองได้อย่างสั้น กระชับ เข้าใจง่าย
เรียบง่าย คมคาย และสำคัญต่อยุคสมัย
เริ่มต้นที่สมาคมปรัชญาอเมริกัน (American Philosophical Association) อธิบายว่า เราต้องการสาขาปรัชญาเพราะ พวกเขาสอนให้เรา ‘คิดอย่างลึกซึ้งและชัดเจนในคำถามที่พื้นฐานที่สุด’ คือ ‘อะไรสำคัญ อะไรจริง และทำไมเราถึงควรมีชีวิตอยู่’ คมและเป็นปรัชญาอย่างยิ่ง

Facebook: American Philosophical Association
สมาคมประวัติศาสตร์อเมริกัน (American Historical Association) ก็อธิบายอย่างเรียบง่ายว่า เราต้องการนักประวัติศาสตร์เพราะ ‘หลักฐาน[ทางประวัติศาสตร์] ไม่อธิบายตัวมันเอง’ ซึ่งก็จริงเนอะ หน้าที่ของประวัติศาสตร์คือการทำความเข้าใจ ทบทวน ตีความและทำให้ประวัติศาสตร์ ‘พูด’ อีกครั้ง

Facebook: American Historical Association
ในสาขาจริงจังขึ้นมาอีกและตอบความหมายในการอยู่ในยุคที่โลกแตกออกเป็นฝักฝ่ายและเต็มไปด้วยสงครามของยุคหลังทรัมป์ สาขาเอเชียศึกษา สมาคมเอเชียศึกษา (Association for Asian Studies(AAS)) บอกว่า ‘ในพันธกิจ 85 ปีที่ผ่านมา’ เพื่อความก้าวหน้าของเอเชียศึกษา ภารกิจของเรายิ่งทวีความสำคัญ ในห้วงเวลาของ ‘ความไม่แน่นอน และข่าวลวง’ เรายิ่งต้อง ‘พูดถึงมนุษยศาสตร์’ และ ‘พูดถึงสังคมศาสตร์’ ให้ยิ่งบ่อยขึ้น ให้หลากหลายมากขึ้น
มุมของเอเชียศึกษาซึ่งสะท้อนบทบาทภาพรวมของวิชาด้านมนุษย์-สังคม ที่สำคัญในยุคปัจจุบัน คือทักษะในการตั้งคำถาม แสวงหาความจริง การปรับตัว เรียนรู้ ไปตามความรู้หรือความเป็นไป ที่เราต้องทักษะพื้นฐานคือการคิดเชิงวิพากษ์ (critical skill) รวมถึงทักษะอื่นๆ ซึ่งมักได้จากการศึกษาความรู้ว่าด้วยความรู้ ศาสตร์ของการเชื่อ การไม่เชื่อและการเลิกที่จะเชื่อ

Facebook: Association for Asian Studies
ส่งท้ายด้วย ฐานข้อมูลวิชาการที่ใหญ่และสำคัญ ทำหน้าที่เชื่อมดูและสื่อสารความรู้จากทุกพื้นท่ีและทุกสาขาวิชาคือ JSTOR ก็ขอร่วมโปรเจ็กต์ด้วย โดยบอกว่า ได้ทำงานร่วมกับทั้งบรรณารักษ์ นักการศึกษาและนักวิจัยในพื้นที่มนุษยศาสตร์เพื่อสนับสนุนการสอนและการเรียนรู้ ในทุกๆ ฐานข้อมูลเห็นว่าพื้นที่วิชาการนี้ ‘เชื่อมโยงผู้คนเข้ากับอดีต และช่วยให้พวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับโลกที่เราอยู่ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น’
ส่งเสียงถึง- วิชาวรรณกรรม
สำหรับ The MATTER เอง เรามักให้ความสำคัญกับการมีอยู่ของทุกศาสตร์ โดยเฉพาะสาขามนุษยศาสตร์อยู่เสมอ มีวิทย์ก็ต้องมีศิลป์ กรณีกระแส #TalkAboutHumanities ในฐานะที่เราพูดถึงวรรณกรรม วรรณกรรมวิจารณ์และมีบทวิเคราะห์ทางวรรณกรรมทั้งต่อหนัง หนังสือ อนิเมะ ไปจนถึงเกมอยู่เสมอ
เราก็ขอร่วมพูดถึงความสำคัญของวรรณกรรม และการวิจารณ์วรรณกรรมหรือวรรณกรรมศึกษา (ซึ่งรวมตัวบทอื่นๆ ด้วย) ว่า
‘เราต้องการวรรณกรรมศึกษา เพราะวรรณกรรมศึกษาคือศิลปะของการก้าวสู่ของโลกของเรื่องแต่ง ดินแดนในจินตนาการ ที่ทำให้เราผลักความเป็นได้ต่างๆ และในที่สุดในดินแดนที่ไม่มีอยู่จริง กลับทำให้เราได้ย้อนสำรวจ ‘ความจริง’ ‘ความคิด’ และ’ความเชื่อ’ ในโลกแห่งความจริงของเราอีกครั้ง’
อ้างอิงจาก