หลังจากที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เสนอชื่อของ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าและแคนดิเดตจากพรรคก้าวไกลเป็นนายกฯ ในการประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตนายกฯ วันนี้ (13 กรกฎาคม) ซึ่งก็ให้ทั้ง ส.ว.และพรรคการเมืองแต่ละพรรคอภิปรายถึงคุณสมบัติของพิธา
The MATTER จึงอยากชวนทุกคนมาดูว่า สาเหตุการแก้มาตรา 112 ซึ่งว่าที่พรรคฝ่ายค้านและ ส.ว.ที่ระบุว่า พิธาไม่เหมาะกับการเป็นนายกฯ คนที่ 30 มีอะไรบ้าง
ในการอภิปรายครั้งนี้ ประเด็นเรื่องการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 นับว่าเป็นประเด็นที่ดุเดือดซึ่งถูกหยิบยกมากล่าวถึงคุณสมบัติพิธาอย่างบ่อยครั้ง โดย ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทยก็ระบุว่า พระมหากษัตริย์ต้องอยู่ในหมวดความมั่นคงแห่งชาติ แต่พรรคก้าวไกลกลับย้ายมาตรานี้จากหมวดความมั่นคง ไปอยู่ในหมวดพระมหากษัตริย์เท่านั้น ทั้งยังมีการลดโทษให้น้อยกว่าการหมิ่นบุคคลาธรรมดา และจำกัดคนในการฟ้องมาตรานี้อีกเช่นกัน
ชาดายังระบุต่อว่า พรรคก้าวไกลกำลังส่งเสริมให้มีการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท โดย ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายคนเคยถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 แต่กลับได้รับการสนุนสนุนการเชิดชูจากพรรคก้าวไกลอีกเช่นกัน
ถ้าท่านปล่อยให้คนด่าแล้วไม่มีกฎหมายคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ ยิงกันระเบิดเลย ประเทศไทยนี่แหละครับ จะยิงกันชิบหายวายป่วง ผมอาจจะขอเขาว่า ขออกกฎหมายใหม่ ให้ยิงคนหมิ่นสถาบันแล้วไม่ติดคุก ดีไหม” ชาดากล่าว
เช่นเดียวกับ ศาสตรา ศรีปาน จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่าที่ผ่านมา ประเทศไทยก็สามารถเดินไปข้างหน้าได้โดยไม่ต้องแก้ไข มาตรา 112 “เราไม่จำเป็นต้องมาทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีไทย หรือต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีมาตั้งแต่ในอดีต”
รวมไปถึง ส.ว.คำนูณ สิทธิสมาน ยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่พรรคก้าวไกลจะแก้มาตรา 112 เป็นการ ‘ยกเลิก’ แล้วค่อยสร้างกฎหมายขึ้นมาใหม่ ทั้งยังกล่าวด้วยว่ามาตรา 112 “เป็นมรดกทางวัฒนธรรม และทางจริยธรรม ที่สืบทอดมายาวนานของสังคมไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชน การจะรักษามรดกวัฒนธรรมและจริยธรรมนี้ไว้ บนสังคมที่ก้าวไปข้างหน้า ควรจะทำไว้”
คำนูณยังระบุอีกว่า การย้ายมาตรา 112 ออกจากหมวดความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ “อันที่จริงท่านยกเลิกมาตรา 112 เลยนะครับ แล้วมาสร้างหมวดใหม่เฉพาะองค์พระมหากษัตริย์” เพราะทำให้จากความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ กลายมาเป็นความผิดในระนาบบุคคลธรรมดา แล้วเอาหลักของการหมิ่นประมาทบุคคลธรรมดามาใช้กับพระมหากษัตริย์
อีกทั้ง ว่าที่พรรคฝ่ายค้านหลายๆ พรรคก็ยังระบุว่า 14 ล้านเสียงที่ก้าวไกลได้นั้น ก็ยังไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนประเทศ
นอกจากเหตุผลเรื่องการแก้ ม.112 แล้ว ยังมีเหตุผลอื่นๆ ที่แต่ละพรรคระบุอีก เช่น
1. จะลงชื่อในศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ซึ่งมีสาระสำคัญระบุว่า สามารถฟ้องประมุขของรัฐได้ ซึ่งชาดามองว่า “เป็นสิ่งที่รับไม่ได้อย่างยิ่ง” เพราะนั่นหมายความว่า คนนอกประเทศสามารถฟ้องพระมหากษัตริย์ไทยได้
อย่างไรก็ดี พิธาก็ได้ใช้สิทธิพาดพิง กล่าวว่า “เกี่ยวกับศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) มีหน้าที่เกี่ยวกับอาชญากรรมทางสงคราม การฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุ ที่ท่านชาดา (พรรคภูมิใจไทย) กังวล ประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เช่น ญี่ปุ่น, อังกฤษ, กัมพูชา, สวีเดน, เดนมาร์ค ก็ได้ลงนาม ถ้าเราเข้าใจว่าพระองค์ท่านอยู่เหนือการเมือง และท่านใช้ทรงอำนาจผ่าน ครม. อยู่แล้ว ตรงนี้มันไม่เป็นประเด็นอย่างที่ท่านได้กล่าวหา”
2. ถือหุ้นสื่อ: ประเด็นนี้ ส.ว.ประพันธ์ คูณมี ระบุว่าการเสนอชื่อพิธา เป็นการเสนอชื่อบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (คุณสมบัติตาม มาตรา 98 ระบุว่าห้ามเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ)
ประพันธ์ อ้างถึงข้อเท็จจริงที่ กกต.ได้ยื่นเรื่องต่อสาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้พิธาหยุดปฏิบัติหน้าที่ [ส.ส.] แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นที่สุด แต่เขาก็ระบุว่า “ปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ”
อย่างไรก็ดี พิธาระบุว่า “ผมยังมีคุณสมบัติสมบูรณ์แบบทุกประการ และด้วยความชอบธรรมครับ”
พิธายังกล่าวอีกว่า ตนยังไม่ทราบว่าข้อกล่าวหาคืออะไร ทั้งยังเห็นแต่มติของ กกต. ที่ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับตั้งคำถามถึงหลักการที่ระบุว่า ต้องมีสมมติฐานไว้ก่อนว่าจำเลยคือผู้บริสุทธิ์ “มีศาลเตี้ยในรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้ แล้วผมก็ยังไม่มีโอกาสชี้แจงแม้แต่ครั้งเดียว”
3. เปลี่ยนวันชาติ: กฤดิทัช แสงธนโยธิน จากพรรคใหม่ และชัยชนะ เดชเดโชจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้กล่าวถึงกรณีที่ มีสมาชิกพรรคก้าวไกล [รังสิมันต์ โรม] ซึ่งเป็นพรรคที่พิธาสังกัดอยู่ ต้องการจะเปลี่ยนแปลงวันชาติ เป็นวันที่ 24 มิถุนายนว่า ว่าตนรับไม่ได้
อย่างไรก็ดี รังสิมันต์ ก็เคยชี้แจงไว้ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ และเป็นเรื่องที่มีการถกเถียงมานาน อีกทั้งประเด็นนี้ก็ยังไม่ใช่มติของพรรคแต่อย่างใด
4. แบ่งแยกดินแดน: ศาสตรา อภิปรายว่า ได้เห็นการขับเคลื่อนการเดินสายพูดถึงประวัติศาสตร์ที่สร้างบาดแผลให้กับชาติไทย ทำให้เกิดความสงสัย เช่น การแบ่งแยกดินแดน