“หมดกัน ค่านม ค่าผ้าอ้อม ของแม่เลี้ยงเดี่ยว” “เลื่อนกระทันหันไปไหม พรุ่งนี้ว่าจะเอาเงินไปซื้อนมให้ลูกอยู่เลย” “ตัดงบเด็กน้อยแต่ไปเพิ่มให้กำนันผู้ใหญ่บ้าน?” คือหนึ่งเสียงสะท้อนจากโลกออนไลน์ เมื่อกรมบัญชีกลางประกาศเลื่อนการจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดงวดล่าสุด และโพสต์แจ้งล่วงหน้าไม่ถึง 24 ชั่วโมง
เมื่อวานนี้ (8 กันยายน) กรมบัญชีกลางโพสต์ประกาศบนเฟซบุ๊กว่า ขอแจ้งเลื่อนการจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดงวดวันที่ 8 กันยายนนี้ออกไปก่อน โดยให้เหตุผลว่า เพราะกรมกิจการเด็กและเยาวชนอยู่ระหว่างดำเนินการขอรับงบประมาณเพิ่มเติม และหากได้วันจ่ายเงินที่แน่นอนแล้ว จะแจ้งให้ทราบโดยเร็ว
ทั้งนี้ โครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด คือสวัสดิการภาครัฐที่จะจ่ายเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูเด็ก 0-6 ขวบ รายละ 600 บาท/เดือน และจะจ่ายให้กับเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคนไม่เกิน 100,000 บาท/ปีเท่านั้น
สวัสดิการนี้จึงไม่ใช่สวัสดิการครอบคลุมถ้วนหน้า และภายในกลุ่มที่มีสิทธิ์รับสวัสดิการเองก็มีผู้ตกหล่น เพราะจากผลการประเมินของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยในปี 2561 พบว่า มีเด็กยากจนที่เข้าเกณฑ์แต่ตกหล่นเข้าไม่ถึงสวัสดิการถึง 30% ของจำนวนเด็กยากจนที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมด ซึ่งสาเหตุตกหล่นมักมาจากความผิดพลาดในการคัดกรองและลงทะเบียน
แอปเปิ้ล (นามสมมติ) แม่ของลูกวัย 1 ขวบเศษ บอกกับ The MATTER ว่า ตั้งใจจะซื้อนมทันทีที่เงินออก แต่เมื่อทราบข่าวการเลื่อนจ่ายเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดงวดนี้ทำเอาครอบครัวเธอ “ไปไม่เป็น” เพราะทั้งพ่อและแม่กำลังตกงาน และต้องมาเจอสถานการณ์แบบนี้
“ดีที่แม่แฟนได้เงินคนพิการมา จึงได้มีเงินไปซื้อนมมาก่อน” แม่ผู้รับสวัสดิการบอกกับเรา
ซึ่ง สุนี ไชยรส ผู้ขับเคลื่อนนโยบายสวัสดิการเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้าบอกกับเราว่า การเลื่อนจ่ายมีหลายสาเหตุ ได้แก่ ตัวเลขผู้รับสิทธิเปลี่ยนแปลงในแต่ละเดือน หรือเป็นช่วงรอยต่อของงบประมาณพอดี จึงเบิกจ่ายไม่ทัน
เพราะระบบคัดกรองคนจากเกณฑ์รายได้ทำให้งบประมาณไม่ตายตัว ต้องมีการขึ้นทะเบียน จึงมีคนที่อาจจะไม่ได้รับสิทธิ์แล้วต้องออกจากกลุ่ม ขณะเดียวกันก็มีคนขึ้นทะเบียนใหม่จนทำให้การเบิกงบสะดุด
จึงเป็นอีกหนึ่งที่มาที่สุนีเสนอให้จ่ายเงินอุดหนุนเด็กเล็กทุกคนถ้วนหน้าที่ 3,000 บาท/เดือน เพื่อลดปัญหาตัวเลขไม่ตายตัว และลดปัญหาการคัดกรองที่บางครั้งอาจทำให้คนจนจริงๆ หลุดระบบการคัดกรองได้
“ตอนนี้ยังมีเด็กตกหล่นอยู่ มีเด็กได้เงินอุดหนุน 2 ล้านกว่าคน จากจำนวนเด็กทั้งหมด 4.3 ล้านคน ฉะนั้น เด็กที่ยังไม่ได้เงินเหล่านี้ทั้งที่ควรจะได้มี 2 ล้านกว่าคน มันเรื่องใหญ่กว่าเรื่องเงินไม่พออีก” สุนี ระบุ
ผู้ขับเคลื่อนเงินอุดหนุนเด็กเล็กถ้วนหน้าทิ้งท้ายว่า รัฐบาลใหม่ควรสนับสนุนเงินอุดหนุนเด็กถ้วนหน้าและแก้ปัญหาจุกจิกเหล่านี้เสียที เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างถ้วนถึง ช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียน และยังช่วยปากท้องของเด็ก 2 ล้านกว่าคนได้อีกด้วย
อ้างอิงจาก
https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/83853
https://plus.thairath.co.th/topic/business/101755