ที่ชิซูโอกะ (Shizuoka) ประเทศญี่ปุ่น ตัวเลขผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งมากกว่าฤดูปีนเขาใดๆ ในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา
ช่วงเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมง หลังจากการเปิดฤดูกาลปีนเขาฟูจิอย่างเป็นทางการในจังหวัดชิซูโอกะ มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ซึ่งรายหนึ่งเสียชีวิตระหว่างพยายามปีนขึ้นไปบนภูเขา และช่วงก่อนจะหมดฤดูกาลก็มีนักปีนเขาอีกคนที่ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าสลดเช่นกัน
จนล่าสุดเมื่อบ่ายของวันอาทิตย์ (14 กรกฎาคม 2567) ที่ผ่านมา นักเดินป่าพบชายนอนหมดสติหนึ่งคนบนเส้นทางซูบาชิริ (Subashiri) ของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งในขณะนั้นหัวใจเขาหยุดเต้น จึงได้โทรเรียกแพทย์ฉุกเฉินจากกระท่อมบนภูเขา ทว่าเมื่อความช่วยเหลือมาถึงที่เกิดเหตุ ชายคนดังกล่าวก็เสียชีวิตแล้ว
สถานที่เกิดเหตุของผู้เสียชีวิตรายที่ 3 อยู่บนเส้นทางของภูเขาฟูจิ ซึ่งตอกย้ำถึงความอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ แม้จะอยู่ในเส้นทางที่กำหนดไว้โดยทางการก็ตาม ขณะที่นักปีนเขารายที่ 4 ก็เสียชีวิตจากการลื่นล้มออกจากเส้นทาง
ภูเขาไฟฟูจิเป็นสัญลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น และมักจะดึงดูดนักเดินป่าที่ทั้งมีประสบการณ์และไม่มีประสบการณ์ โดยบางครั้งก็ยังไม่เข้าใจดีนักว่าการขึ้นเขานั้นอันตรายเพียงใด ด้วยเส้นทางและสภาพอากาศที่อาจมีหมอกบดบังจนทำให้มองไม่เห็น ประกอบกับลมแรง และพื้นผิวที่เปียกฝน ล้วนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ขณะที่ผู้เสียชีวิตรายที่ 3 ได้รับการตรวจสอบว่ามาเดินป่าเพียงลำพัง สิ่งนี้ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีคู่มาปีนฟูจิ เนื่องจากไม่ชัดเจนว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนระหว่างตอนที่ชายคนนี้ล้มลงจนพบร่างเขา ซึ่งถ้ามีเพื่อนมาร่วมทางด้วยเขาอาจจะรอดชีวิต
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ชิซูโอกะไม่เคยมีผู้เสียชีวิตบนเส้นทางภูเขาฟูจิมากเกิน 2 ครั้งในฤดูกาลเดินป่า และในบางปีก็ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย ด้านเจ้าหน้าที่และหน่วยงานด้านป่าไม้จึงเรียกร้องให้นักเดินป่าใช้ความระมัดระวัง และตระหนักว่าเมื่อใดที่สภาพอากาศ หรือสภาพร่างกายของเราไม่ไหว ให้หยุดอยู่ที่ทางขึ้นเขาเพื่อพัก หรือกลับบ้านหากจำเป็น
อ้างอิงจาก