หลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบคำแถลงนโยบายที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา หลังเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ในวันพรุ่งนี้ (9 เมษายน 2569)
แม้ว่ากระบวนการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่ผ่านเสียงประชามติมาแล้วในรอบแรก แต่จากเนื้อหาภายในคำแถลงซึ่งมีเนื้อหา 19 หน้า (ไม่รวมภาคผนวก) พบว่า ไม่มีสาระสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ ‘การแก้ไขรัฐธรรมนูญ’ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ หรือการสนับสนุนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เลย
โดยระบุถึง ‘รัฐธรรมนูญ’ เพียงในช่วงทบทวนผลงานของรัฐบาลชุดก่อนหน้า (รัฐบาลอนุทิน 1) ซึ่งกล่าวถึงสิ่งที่ได้ริเริ่มและดำเนินการไปแล้ว คือ การจัดทำ ‘ประชามติ’ เพียง 1 ประโยค ว่า “…รวมทั้งการจัดทำประชามติรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนที่ถูกต้อง…”
ทั้งที่ก่อนหน้านี้พรรคภูมิใจไทยได้แสดงจุดยืนสนับสนุนการรับรองให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่าน นิกร จำนง ผู้ได้รับเลือกเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย เคยเป็นตัวแทนพรรคในการแสดงจุดยืนในเวทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ‘เห็นชอบ’ กับการร่างรัฐธรรมนูญใหม่
นอกจากนี้ 19 มกราคม ในรายการของ Goy Natty Dream ที่สำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปรากฏภาพ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แสดงออก ‘เห็นชอบ’ ให้มีการแก้ไขผ่านการชี้ในช่องแสดงความคิดเห็น พร้อมกับ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้แสดงออกว่า ‘เห็นชอบ’ โดยให้สัมภาษณ์ว่า
“ทุกอย่างมันด็ควรจะต้องมีการปรับ แล้วก็ปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด บางเรื่องที่จำเป็นที่เราจะต้องสามารถที่จะปรับตัวไปได้ในอนาคตก็ควรจะปรับ ควรจะเปลี่ยน”
ด้าน ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แสดงจุดยืนว่า ‘ไม่เห็นชอบ’ แต่เห็นด้วยที่จะดูการแก้ไขรายมาตรามากกว่า
อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นครั้งแรกหลังสิ้นสุดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2566 ที่คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไม่บรรจุนโยบายเกี่ยวกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไว้เลย และแตกต่างจากรัฐบาลอนุทิน 1 ที่เคยเขียนประเด็นดังกล่าวไว้ว่า
“…รัฐบาลนี้จะสนับสนุนการจัดทำประชามติและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญโดยรับฟังเสียงของพี่น้องประชาชนและสร้างการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและเพื่อธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข”
การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็นกลไกที่รัฐบาลจะต้องแสดงจุดยืนต่อประชาชนผ่านรัฐสภาว่า รัฐบาลจะมีนโยบายเร่งด่วนกับเรื่องใด และมุ่งแก้ปัญหาอะไรไปตลอดวาระ ทว่า การไม่ปรากฏเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้นำมาสู่การตั้งคำถาม ถึงความตั้งใจของรัฐบาลภูมิใจไทยต่อการแก้รัฐธรรมนูญของรัฐบาลอนุทิน
สุดท้ายนี้ รัฐบาลอนุทิน 2 จะยังสามารถร้องขอให้นำร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างไว้จากรัฐบาลก่อนหน้า ให้กลับมาพิจารณาใหม่อีกครั้ง จนถึงวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ตามมาตรา 147 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ให้อำนาจคณะรัฐมนตรีร้องขอต่อรัฐสภาให้นำร่างกฎหมายที่ค้างพิจารณาและตกไปกลับมาพิจารณาใหม่ภายใน 60 วัน