มังงะ ‘Witch Hat Atelier’ ได้สร้างโลกเวทมนตร์ที่น่าหลงใหลขึ้นมาบนหน้ากระดาษ โลกแห่งนี้มีเงื่อนไขบางอย่างที่หากบรรลุได้แล้วละก็ ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นจอมเวทได้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเวทมนตร์คือประตูที่จะนำไปสู่เรื่องราวเหนือจินตนาการ และอีกไม่นานความอัศจรรย์ในโลกเวทมนต์แห่งนี้กำลังจะได้รับการดัดแปลงเป็นอนิเมะ
ดังนั้น ก่อนที่เหล่าคนดูอย่างเราๆ จะเข้ารับการทดสอบเพื่อเป็นลูกศิษย์ของจอมเวท และได้เข้าพำนักในอาเทลิเยร์ The MATTER จึงอยากมาเล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของเรื่อง เผื่อว่าจะทำให้การดูอนิเมะสนุกยิ่งขึ้น
ว่าแล้วก็…ขอให้หมวกปลายแหลม สัญลักษณ์แห่งการเป็นจอมเวท จงปกปักรักษาและเฝ้ามองการใช้เวทมนตร์คาถาของทุกท่าน
มังงะจากฝีไม้ลายมือ ชิราฮามะ คาโมเมะ

Witch Hat Atelier เป็นผลงานสร้างชื่อของ ชิราฮามะ คาโมเมะ (Shirahama Kamome) นักวาดมังงะและคอมิกส์ ชีวิตของเธอรายล้อมไปด้วยศิลปะตั้งแต่เกิด จากพ่อผู้เป็นนักออกแบบและแม่ผู้เป็นจิตรกร คาโมเมะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยศิลปะโตเกียวสาขาการออกแบบ เปิดตัวในฐานะนักวาดมังงะในปี 2011 จาก one-shot เรื่อง Watashi no Kuro-chan บนนิตยสาร Fellows! และมีผลงานรวมเล่มเรื่องแรกคือ Eniale & Dewiela ตีพิมพ์ 3 เล่มจบ
คาโมเมะเริ่มเขียน Witch Hat Atelier ตั้งแต่ปี 2016 และได้รับการตีพิมพ์เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน เป็นจำนวนทั้งหมด 16 เล่ม แต่ความน่าสนใจคือ ในระหว่างนั้น เธอได้ไปร่วมวาดผลงานในคอมิกส์ยักษ์ใหญ่ในฝั่งตะวันตก ไม่ว่าจะ Batgirl and the Birds of Prey หรือ Nightwing ของ DC Comics และ Star Wars ของ Marvel Comics สไตล์การวาดของชิราฮามะจึงไม่ได้มีแค่ความเป็นมังงะแบบญี่ปุ่น แต่ยังมีความเป็นตะวันตกที่สะท้อนให้เห็นใน Witch Hat Atelier
เรื่องราวที่เปี่ยมด้วยมนต์ขลัง

เนื้อเรื่องของ Witch Hat Atelier จับจ้องไปยังเด็กสาวชื่อ ‘โคโค’ ลูกสาวช่างตัดเย็บเสื้อผ้าในชนบทที่เฝ้าฝันอยากจะเป็นจอมเวท แต่ในโลกใบนี้มีคนที่ร่ายเวทได้เพียงหยิบมือ เธอเป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่รู้วิธีใช้เวทมนตร์ตั้งแต่เกิด
แต่แล้ววันหนึ่ง โคโคได้พบกับ ‘คีฟรี’ จอมเวทหนุ่มที่แวะเวียนมายังร้านตัดเย็บ และบังเอิญไปเห็นการร่ายเวทของเขาเข้าให้ เธอพบว่าความจริงแล้วเวทมนตร์ไม่ใช่ศาสตร์ที่มีไว้เฉพาะผู้วิเศษ แต่เป็นสิ่งที่เกิดจากการวาดวงเวทด้วยปากกาและหมึกวิเศษ อุปกรณ์แบบเดียวกับที่เธอมีติดตัวตั้งแต่วัยเด็ก แต่ไม่เคยรู้วิธีใช้งาน เมื่อรู้ดังนั้น โคโคจึงลองร่ายเวทมนตร์ด้วยตัวเอง แต่ความไม่ประสีประสากลับส่งผลร้าย มนตร์ที่เธอร่ายทำให้แม่ของเธอกลายเป็นหิน คีฟรีที่เข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันจึงรับโคโคเป็นศิษย์ในสำนักอาเทลิเยร์ เพื่อที่โคโคจะหาทางแก้มนตร์ปริศนาที่เธอร่ายและช่วยแม่ของเธอ
การเดินทางในโลกเวทมนตร์ของโคโคก็ได้เริ่มขึ้นนับแต่บัดนั้น
เมื่อศิลปะคือเวทมนตร์

นอกจากแรงบันดาลใจที่ได้รับมาจาก The Lord of the Rings และ Harry Potter คาโมเมะยังได้ไอเดียการเขียน Witch Hat Atelier มาจากเพื่อนของเธอ ที่มองว่าการวาดภาพจริงๆ แล้วก็คล้ายกับเวทมนตร์ ซึ่งเธอพิสูจน์คำกล่าวนั้นด้วยทักษะการวาดที่สะท้อนลงบนมังงะ
คาโมเมะมีลายเส้นที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษณ์ เธอใช้เทคนิคที่เรียกว่า การแรเงาด้วยเส้น (hatching) เพื่อสร้างน้ำหนักและมิติ เทคนิคเดียวกับที่เห็นได้ในภาพวาดของ ฮันส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซน (Hans Christian Andersen) ภาพประกอบ Alice’s Adventures in Wonderland ของ จอห์น เทนเนียล (John Tenniel) ไปจนถึงงานวาดไซไฟและแฟนตาซีของศิลปินชาวฝรั่งเศสอย่าง Mœbius เป็นรูปแบบการขีดเส้น ความหนักเบา และการลงรายละเอียดนี้เอง ที่ทำให้โลกเวทมนตร์ในมังงะดูมีชีวิตชีวา น่าหลงใหล และทรงพลัง
ในส่วนของอนิเมะ เรื่องนี้ได้สตูดิโอ BUG FILMS เจ้าของผลงาน Zom 100: Bucket List of the Dead และผู้กำกับ อายูมุ วาตานาเบะ จาก Summer Time Rendering มารับหน้าที่เปลี่ยนภาพนิ่งจากบนหน้ากระดาษมาเป็นภาพเคลื่อนไหว
เรื่องน่าเสียดายที่สุดที่เราอาจไม่ได้เห็นในเวอร์ชั่นอนิเมะ (แต่ก็ยังหวังให้มี) คือเทคนิคการใช้ช่อง (panel) ของมังงะในฐานะส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง คาโมเมะถือเป็นนักวาดที่ชาญฉลาดในการใช้กลวิธีเล่นกับช่องมังงะ ทั้งการจัดวางองค์ประกอบหรือตัวละครให้เกินมากจากขอบช่อง (overframe) การทาบทับ การเว้นระยะช่องเพื่อบ่งบอกถึงระยะเวลาที่ผ่านไป อีกทั้งเธอยังวาดกรอบ (frame) หรือทำให้ช่องมังงะบางช่องกลมกลืนไปกับตัวเรื่อง เช่น กรอบไม้แกะสลัก ช่องมังงะที่หน้าตาคล้ายกระดาษ
ใครดูอนิเมะแล้วถูกใจ ก็อย่าลืมกลับไปอุดหนุนผลงานในรูปแบบมังงะด้วยล่ะ
ระบบเวทมนตร์ จากลายบรรจงและหยดหมึก

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของ Witch Hat Atelier คือระบบเวทมนตร์ ในเมื่อการใช้เวทมนตร์ของเรื่องสัมพันธ์กับการขีดเขียน ‘การร่ายเวท’ จึงเปลี่ยนเป็น ‘การวาดเวท’ โคโคและเหล่าจอมเวทจะใช้ไม้กายสิทธิ์วาดเวท (Ink Wand) คู่กับหมึกเวท (Conjuring Ink) ที่สกัดจากเลือดของต้นซิลเวอร์วูด เพื่อวาดวงเวทลงบนพื้นผิวต่างๆ เช่น กระดาษ
คาโมเมะยังออกแบบการวาดวงเวทในเรื่องได้อย่างเป็นระบบ วงเวทที่สมบูรณ์จะมีครบทั้ง 3 องค์ประกอบ คือ ลาย (sigil) สัญลักษณ์ตรงกลางที่กำหนดผลลัพธ์ของเวทมนตร์ เช่น ลายลม ลายน้ำ, ลูกศร (signs) ที่วาดรอบๆ ลายเพื่อกำหนดขนาดและทิศทางของเวทมนตร์ และ วง (ring) วงกลมล้อมรอบลายและลูกศร เวทมนตร์จะทำงานก็ต่อเมื่อวาดวงกลมปิดสนิท
Witch Hat Atelier วางรากฐานของการใช้เวทมนตร์ให้ขึ้นอยู่กับการวาดและขีดเขียน ทักษะแรกที่โคโคต้องทำความเข้าใจและฝึกปรือเพื่อเป็นจอมเวท คาโมเมะตั้งใจออกแบบให้ระบบเวทมนตร์ของเรื่องเป็นทักษะที่ไม่ว่าใครก็ทำ เพียงแค่ต้องใช้เวลาฝึกฝน เหมือนกับการวาดภาพที่เราจะเก่งขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเข้าใจหลักการและฝึกวาดต่อไปเรื่อยๆ
และที่สำคัญที่สุดคือ เวทมนตร์เป็นศาสตร์ที่มีไว้เพื่อทำให้ผู้คนมีความสุข
เสน่ห์และความหลากหลายของตัวละคร

นอกจากจะได้ติดตามโคโค ในฐานะคนธรรมดาที่เพิ่งก้าวเท้าเข้าสู่โลกเวทมนตร์ เราจะได้พบกับตัวละครอีกมากมายที่มีบุคลิกโดดเด่น ได้เห็นจอมเวทที่มีความหลากหลายทางเพศ ชาติพันธุ์ และสภาวะร่างกาย
เริ่มด้วยเพื่อนๆ จอมเวทฝึกหัดรุ่นเดียวกับโคโค คนแรกที่โคโครู้จักคือ ‘เทเทีย’ สาวน้อยผู้เป็นมิตร และมีความฝันที่อยากจะคิดค้นเวทมนตร์ทิ้งเอาไว้ให้กับทุกคนบนโลก ต่อมาคือ ‘ลิเช’ สาวน้อยผู้เงียบขรึม เก่งในด้านการวาดวงเวทขนาดเล็ก แถมยังวาดได้รวดเร็ว และคนสุดท้ายคือ ‘อากัต’ สาวน้อยที่มาพร้อมความมุมานะ ผู้สามารถวาดวงเวทได้ประณีตและแม่นยำ แต่ไม่พอใจโคโคตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ เพราะโคโคคือ ‘ผู้ไม่รู้’ ที่ใช้เวทมนตร์ต้องห้าม
Witch Hat Atelier ยังพูดถึงกลุ่มคนชายขอบที่มักถูกกีดกันจากการเป็นจอมเวท หนึ่งในนั้นคือ ‘ทาร์ทา’ เด็กหนุ่มแห่งร้านค้าอุปกรณ์เวทมนตร์ดาบแห่งดวงดาว (Starry Sword) ผู้มีอาการตาบอดสี หรืออาจารย์ของคีฟรี เบลดารุต จอมเวทที่ต้องนั่ง Sealchair (คล้ายวีลแชร์ แต่มีสี่ขาเหมือนสัตว์มีกีบ) ด้วยภาวะพิการ
ความผิดปกติทางร่างกายอาจเป็นเรื่องน่าแปลกใจ ในโลกที่เวทมนตร์สามารถเสกสรรสิ่งต่างๆ ได้ แต่โลกของ Witch Hat Atelier มีข้อกำหนดห้ามไม่ให้ใช้เวทมนตร์กับร่างกายผู้คน ซึ่งกลายมาเป็นเหตุผลรองรับที่ในแง่หนึ่ง ทำให้เราได้เห็นตัวละครที่หลากหลายมากขึ้น
สัตว์มหัศจรรย์ก็มีนะ

หากใน Harry Potter มีฮิปโปกริฟฟ์ ยูนิคอร์น ฟีนิกซ์ นิฟเฟลอร์ Witch Hat Atelier ก็มีสัตว์วิเศษที่น่าสนใจไม่แพ้กัน
ตัวแรกที่เราจะได้รู้จักคือ บรัชบัดดี้ (Brushbuddy หรือ Brushbug) สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มีขนฟูนุ่มๆ คล้ายพู่กัน มีให้เห็นทั้งสีขาวและมีดำ มันมีลำตัวยาว ขาเล็กๆ สี่ข้างใต้ลำตัว และมีนิสัยชอบรวมตัวตามแหล่งที่มีกลิ่นของหมึกเวท ตลอดทั้งเรื่องจะมีเจ้าบรัชบัดดี้ตัวหนึ่งคอยอยู่เคียงข้างโคโคและเพื่อนๆ เสมอ นอกจากนี้ยังมีเปกาซัสที่มีหูเป็นปีก, เมอร์ฟอน (Myrphon) เพนกวินสี่ขา, ควาดรีฟอน (Quadryphon) นกสี่ปีก, โมลเวิร์ม (Molewyrm) สัตว์ที่เหมือนหนอนผสมกับตุ่น และที่ขาดไม่ได้คือ มังกร
เกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ในโลกความเป็นจริงคือ ชิราฮามะ คาโมเมะ ผู้วาดมังงะ ดูจะรักเจ้าบรัชบัดดี้ที่เธอออกแบบไว้มาก เห็นได้จากการที่เธอมักพาตุ๊กตาบรัชบัดดี้ไปตามสถานที่ต่างๆ พร้อมกับถ่ายรูปบรัชบัดดี้คู่กับสถานที่นั้นๆ
อ้างอิงจาก
comfortfoodcomics.wordpress.com
Shirahama, K. (2020, April 20). Drawing Witch Hat Atelier
Shirahama, K. [@shirahamakamome]. (n.d.). Posts