เมื่อไม่นานมานี้ เรามักจะได้ยินข่าวคนที่ทำงานหนักจนล้มป่วย ไปจนถึงขั้นเสียชีวิต จนเกิดเป็นการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานใหม่ๆ ขึ้นมากมาย ทว่า สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ในประเทศอื่นๆ อย่าง ‘อินเดีย’ เองก็มีกรณีนี้เกิดขึ้นด้วยเช่นกัน
ในอินเดียเกิดการเสียชีวิตอย่างน่าสลดของพนักงานหญิงชาวอินเดียวัย 26 ปี ในบริษัทบัญชีชั้นนำระดับโลก ที่ได้จุดชนวนให้เกิดการถกเถียงกันอย่างจริงจังเกี่ยวกับวัฒนธรรมการทำงานและสวัสดิการของพนักงานในองค์กร
แอนนา เซบาสเตียน เปรายิล (Anna Sebastian Perayil) นักบัญชีที่ Ernst & Young หรือที่เราคุ้นตากันในชื่อ ‘EY’ เสียชีวิตในเดือนกรกฎาคม หลังจากที่เข้าทำงานที่บริษัทดังกล่าวได้เพียง 4 เดือน
พ่อแม่ของเธออ้างว่า เธอได้รับ ‘แรงกดดันจากงาน’ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเธอและทำให้เธอเสียชีวิต ขณะที่ทางบริษัทได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยระบุว่า เปรายิลได้รับมอบหมายงานเช่นเดียวกับพนักงานคนอื่นๆ และบริษัทไม่เชื่อว่าแรงกดดันจากงานจะสามารถคร่าชีวิตเธอได้
การเสียชีวิตของแอนนากลายเป็นข่าวดังหลังจากที่แม่ของเธอเขียนจดหมายถึงบริษัท โดยในจดหมายฉบับนั้นแม่ได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับแรงกดดันที่ลูกสาวเผชิญในการทำงานและขอให้บริษัทไตร่ตรองวัฒนธรรมการทำงานและให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน
“สิ่งที่แอนนาเผชิญ ทำให้เห็นวัฒนธรรมการทำงานที่ยกย่องการทำงานล่วงเวลา แต่กลับละเลยคนที่อยู่เบื้องหลังผลงานเหล่านั้น ความต้องการ ความทะเยอทะยาน และแรงกดดันที่จะต้องสนองความคาดหวังที่เกินความเป็นจริงนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ยั่งยืนในการทำงาน อีกทั้งมันยังแลกมาด้วยชีวิตของหญิงสาวที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศักยภาพอีกด้วย” แม่ของแอนนาเขียนในจดหมาย
สิ่งนี้ทำให้เกิดการถกเถียงกันถึงวัฒนธรรมการทำงานแบบเร่งรีบ (Hustle culture) ที่บริษัทใหญ่ๆ และสตาร์ทอัพหลายแห่งสนับสนุน ซึ่งจะให้ความสำคัญกับผลงานเป็นอันดับแรก โดยมักจะแลกมากับสวัสดิการของพนักงาน
บางคนโต้แย้งว่าวัฒนธรรมนี้เป็นแรงผลักดันให้มีการพัฒนาและเติบโต หลายๆ คนเลือกที่จะทำงานล่วงเวลาด้วยความทะเยอะทะยาน ขณะที่บางคนบอกว่าพนักงานบางคนมักถูกกดดันจากฝ่ายบริหารจนทำให้เกิดภาวะหมดไฟและคุณภาพชีวิตลดลง
หลายๆ คนเริ่มประณามบริษัทเรื่องวัฒนธรรมการทำงานที่เป็นพิษ (Toxic work culture) และเริ่มแบ่งปันประสบการณ์ของพวกเขาผ่านเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์เดิม) และ LinkedIn
ผู้ใช้รายหนึ่งเล่าว่า เขาถูกบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำบังคับให้ทำงานวันละ 20 ชั่วโมงโดยไม่ได้รับค่าล่วงเวลา ขณะที่อีกคนบอกว่า วัฒนธรรมการทำงานในอินเดียนั้นแย่มาก มีการเอาเปรียบสูง นายจ้างคุกคามพนักงานและไม่รู้สึกว่ามันผิดอะไร
นอกจากนี้ยังมีอดีตพนักงานบริษัท EY ที่ออกมาวิจารณ์วัฒนธรรมการทำงานและกล่าวหาพนักงานว่ามักจะล้อเลียนคนที่เลิกงานตรงเวลาและทำให้คนที่ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในวันหยุดสุดสัปดาห์รู้สึกอับอาย
อย่างไรก็ตาม การเสียชีวิตของแอนนา ไม่ใช่เหตุการณ์แรกที่ทำให้วัฒนธรรมการทำงานของอินเดียตกอยู่ภายใต้การตรวจสอบ
ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว นารายานา มูรธี (Narayana Murthy) CEO ของ Infosys ถูกวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่เสนอแนะให้คนอินเดียรุ่นใหม่ทำงานสัปดาห์ละ 70 ชั่วโมงเพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ
ในปี 2022 CEO ของ Bombay Shaving Company ได้ขอให้คนหนุ่มสาวหยุดบ่นเกี่ยวกับเวลาทำงาน และแนะนำว่าพนักงานใหม่ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตามควรเตรียมพร้อมที่จะทำงาน 18 ชั่วโมงต่อวันในช่วง 4 ถึง 5 ปีแรกของอาชีพการงาน
ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตและนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงาน กล่าวว่า ข้อเสนอแนะดังกล่าวไม่ยุติธรรม และทำให้พนักงานเครียดอย่างมาก ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาในจดหมายที่แม่ของแอนนาเขียนว่าลูกสาวของเธอมีอาการวิตกกังวลและนอนไม่หลับหลังจากที่เข้าทำงานที่บริษัทได้ไม่นาน
อ้างอิงจาก
#Toxic #Worklife #India #TheMATTER