นับถอยหลังกับช่วงเวลาไม่ถึงสัปดาห์ที่ ‘คดีตากใบ’ จะครบอายุความ 20 ปี และสิ้นอายุความในเที่ยงคืนของวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่จะถึงนี้ ซึ่งสิ่งที่น่าจับตาในคดีนี้คือการทำงานของกระบวนการยุติธรรม และความเชื่อมั่นที่ประชาชน ไม่ใช่แค่เพียงสามจังหวัดชายแดนใต้มีต่อรัฐ
วันนี้ (21 ตุลาคม 2567) ที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้จัดเสวนาวิชาการ เรื่อง ‘20 ปีตากใบ : ความจริง – ความรู้ – ความยุติธรรม ?’ โดยมีวิทยากร 4 ท่าน ได้แก่ อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ที่ปรึกษาทางกฎหมาย, ศ.ดร.ฉันทนา บรรพศิริโชติ หวันแก้ว คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และ รศ.ดร.เอกรินทร์ ต่วนศิริ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มาพูดคุยเกี่ยวกับคดีดังกล่าว
อาดิลัน เริ่มอธิบายถึงภาพรวมคดีความตากใบตั้งแต่ที่มาที่ไปจนมาถึงปัจจุบันที่อายุความใกล้จะหมดอายุในอีกไม่กี่วัน เขายืนยันด้วยว่า คดีนี้ไม่มีวาระทางการเมืองใดๆ สำหรับเหตุการณ์ที่ชาวบ้านฟ้องคดีนี้ ไม่มีวาระเพื่อกลั่นแกล้งผู้ใดทั้งสิ้น แต่เป็นการเรียกร้องของชาวบ้านที่ต้องการความยุติธรรมให้กับคนที่เขารักตลอด 20 ปี
“เราไม่รู้หรอกนะครับว่า ทุกวันที่ 11 ของเดือนรอมฎอนคือเดือนที่ถือศีลอดของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม เขาก็จะมีการจัดรำลึกถึงของเขา และทุกวันที่ 25 ตุลาคมของทุกปี เขาจะจัดประชุมพูดคุย เสวนา ทำบุญ ละหมาดให้กับผู้ตาย, ครอบครัว” อาดิลันกล่าว
คดีตากใบไม่ได้เกี่ยวข้องแค่กระบวนการยุติธรรมแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงปัญหาความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในสามจังหวัดชายแดนใต้ด้วย
“เราจะเห็นว่ากระบวนการทางกฎหมายในคดีตากใบนี้ยังไม่เสร็จสิ้น แม้ว่าใกล้จะหมดอายุในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ซึ่งค่อนข้างน่าเป็นห่วงมาก” ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าวและอธิบายถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เรื่องกฎหมายในประเทศ แต่มันเกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน รวมไปถึงความท้าทายต่อกระบวนการสันติภาพที่เราต่างพยายามกันมาเป็นเวลาหลายปีในชายแดนใต้ด้วย
ด้าน ศ.ดร.ฉันทนา กล่าวถึงประเด็นสำคัญในหลายเรื่อง เช่น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตากใบเป็นเหมือนโอกาสที่สังคมไทยได้เรียนรู้ ว่าสังคมทั้งสังคมไม่ใช่แค่รัฐบาลต้องช่วยกันขับเคลื่อน พร้อมทั้งยกตัวอย่างกรณีในต่างประเทศว่าจัดการกับเรื่องแบบนี้อย่างไร แม้กระทั่งว่าจะหมดอายุความไปแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะหมดหนทางในการผดุงความยุติธรรมในสังคม การค้นหาความจริงก็ยังคงเป็นสิ่งที่ยังทำได้
ขณะที่ รศ.ดร.เอกรินทร์ กล่าวถึงการกรณีตากใบและบริบทของสังคมการเมืองตลอดเวลาที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งคือความเข้าใจเรื่องการก่อการร้ายสากลและเรื่องความมั่นคงของรัฐ ที่มันผูกโยงในผู้คนคิดและก็เชื่อว่าผู้ที่ชุมนุมหรือคนที่มีส่วนร่วมในตากใบเป็นส่วนหนึ่งของขบวนการต่อสู้ติดอาวุธ ทำให้คนหวาดกลัว
“สิ่งที่มันเป็นอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ หากรัฐบาลยังเลือกเชื่อความผิดของมิติความมั่นคงแบบเดิมๆ ซึ่งมันเป็นรากฐานที่ทำให้รัฐลอยนวลพ้นผิด และให้รัฐผลิตซ้ำด้วยในอนาคต ซึ่งผมคิดว่ามันทำให้ตากใบไม่ใช่แค่เรื่องของภาคใต้ แต่ตากใบเป็นเรื่องของสังคมไทยทั้งสังคมในอนาคต โดยเฉพาะในสังคมประชาธิปไตย”รศ.ดร.เอกรินทร์ กล่าว